เรียนต่อ คณะวิศวกรรมโยธา Civil Engineering ที่ อังกฤษ UK
วิศวกรรมโยธา คือสาขาที่ว่าด้วยการออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาโครงสร้างและระบบพื้นฐานที่รองรับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นถนน สะพาน อาคาร ระบบประปา และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ สาขานี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเมือง เพิ่มความปลอดภัยสาธารณะ และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในคู่มือนี้ประกอบด้วยข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการเรียนวิศวโยธาและความสำคัญของสาขานี้ในโลกปัจจุบัน
สารบัญ
วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) คืออะไร?
วิศวกรรมโยธา เป็นสาขาหนึ่งของวิศวกรรมที่มุ่งเน้นการออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและธรรมชาติ ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การออกแบบ ไปจนถึงการควบคุมการก่อสร้างโครงสร้างและระบบต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อสังคมสมัยใหม่ สาขานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาและการคงอยู่ของโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสนับสนุนการดำเนินชีวิตของมนุษย์ โดยใช้แนวทางแบบสหวิทยาการ ที่ผสมผสานหลักการของ ฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วัสดุศาสตร์ และวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างวิธีแก้ปัญหาทางวิศวกรรมที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับความท้าทายที่หลากหลาย
ทำไมถึงต้องเรียน วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ?
การเรียนวิศวกรรมโยธาเป็นตัวเลือกอาชีพที่น่าสนใจ และนี่คือสาเหตุสำคัญที่นักเรียนควรพิจารณาเรียนในสาขานี้:
1. ผลกระทบต่อสังคม (Impact on Society):
วิศวกรโยธามีบทบาทสำคัญในการสร้างโลกที่เราอาศัยอยู่ พวกเขาออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของผู้คน เช่น ถนน สะพาน อาคาร และระบบน้ำ การได้มีส่วนช่วยพัฒนาสังคมถือเป็นสิ่งที่ให้ความภาคภูมิใจและคุ้มค่าอย่างยิ่ง
2. การแก้ปัญหา (Problem Solving):
วิศวกรโยธาคือผู้แก้ปัญหาโดยธรรมชาติ พวกเขาต้องรับมือกับความท้าทายที่ซับซ้อนในการออกแบบโครงสร้าง การพัฒนาเมือง และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม หากนักเรียนชอบคิดวิเคราะห์และหาทางออกเชิงสร้างสรรค์ให้กับปัญหาในโลกจริง วิศวกรรมโยธาคือสาขาที่เปิดโอกาสให้นักเรียนทำสิ่งนั้นได้
3. ความต้องการทั่วโลก (Global Demand):
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นทั่วโลก ไม่ว่าจะในประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนา ทำให้วิศวกรโยธาเป็นที่ต้องการสูง ทักษะในสาขานี้สามารถประยุกต์ใช้ได้ในระดับนานาชาติ
4. นวัตกรรม (Innovation):
วิศวกรรมโยธาเป็นสาขาที่พัฒนาอยู่เสมอ ทั้งในด้านวัสดุ เทคโนโลยี และเทคนิคการออกแบบ หากนักเรียนชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และอยู่ในแนวหน้าของนวัตกรรม สาขานี้มอบสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเติบโตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
5. ผลตอบแทนทางการเงิน (Financial Reward):
อาชีพวิศวกรโยธามักให้ค่าตอบแทนที่ดี โดยเฉพาะเมื่อมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสายงานเฉพาะด้าน
6. ความยั่งยืน (Sustainability):
ปัจจุบันความยั่งยืนเป็นสิ่งสำคัญในวิศวกรรมโยธา วิศวกรมีหน้าที่สร้างโครงสร้างและระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อโลก
7. ความหลากหลายของโครงการ (Variety of Projects):
วิศวกรโยธามีโอกาสทำงานในโครงการที่หลากหลาย ตั้งแต่การออกแบบแลนด์มาร์กสำคัญ ไปจนถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเมือง ทำให้งานไม่น่าเบื่อและเต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ
8. การพัฒนาอาชีพ (Professional Development):
สาขานี้มีเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่ชัดเจน เช่น การสอบใบประกอบวิชาชีพวิศวกร (PE) ซึ่งจะเปิดโอกาสให้รับผิดชอบงานในระดับสูงขึ้นและมีบทบาทผู้นำในองค์กร
9. เกียรติและการยอมรับ (Prestige and Recognition):
โครงการวิศวกรรมโยธาที่ประสบความสำเร็จมักได้รับการยอมรับและรางวัลระดับประเทศหรือโลก การมีส่วนร่วมในโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนสามารถสร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงในสายอาชีพได้
มหาวิทยาลัยชั้นนำคณะวิศวกรรมโยธา ใน UK (2026)
ตารางจัดอันดับมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ด้าน ภาษาอังกฤษ ประจำปี 2026 จาก Complete University Guide:
คุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนสาขา วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ใน UK
เกณฑ์การสมัครเข้าเรียนระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมโยธาในสหราชอาณาจักรอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัยและหลักสูตร มักจะมีข้อกำหนดพื้นฐานที่ควรทราบดังนี้:
1. คุณวุฒิทางวิชาการ (Academic Qualifications):
โดยทั่วไป ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาพร้อมผลการเรียนตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมักรวมถึงวุฒิ A-levels, Scottish Highers หรือคะแนนที่เทียบเท่า มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งอาจกำหนดเกรดที่แตกต่างกัน แต่สำหรับสาขาวิศวกรรมโยธา มักต้องมีผลการเรียนดีในวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
2. วิชาในระดับ A-level หรือเทียบเท่า (A-Level or Equivalent Subjects):
ส่วนใหญ่ มหาวิทยาลัยจะต้องการให้ผู้สมัครมีพื้นฐานในวิชา Mathematics และ Physics บางแห่งอาจขอวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์หรือวิศวกรรมเพิ่มเติมด้วย
3. คุณสมบัติระดับ GCSE หรือเทียบเท่า (GCSE or Equivalent):
ผู้สมัครต้องมีเกรดขั้นต่ำในวิชา Mathematics และ English ในระดับ GCSE หรือคุณวุฒิที่เทียบเท่า
4. คุณวุฒิสำหรับนักเรียนต่างชาติ (International Qualifications):
สำหรับนักศึกษาต่างชาติ จำเป็นต้องแสดงหลักฐานวุฒิการศึกษาที่เทียบเท่า เช่น International Baccalaureate (IB), SAT scores, หรือคุณวุฒิระดับนานาชาติอื่น ๆ ที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร
จบวิศวกรรรมโยธาทำอาชีพอะไรได้บ้าง?
บัณฑิตสาขาวิศวกรรมโยธามีโอกาสทำงานในสายอาชีพที่หลากหลาย เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน ตัวอย่างสายอาชีพและเส้นทางอาชีพที่พบบ่อยสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาสาขานี้:
1. วิศวกรโยธา (Civil Engineer):
ทำงานในโครงการต่าง ๆ เช่น การออกแบบและควบคุมการก่อสร้างถนน สะพาน อาคาร และระบบประปา โดยต้องรับผิดชอบให้โครงการเสร็จสิ้นอย่างปลอดภัย ภายในงบประมาณ และเป็นไปตามมาตรฐานกฎหมาย
2. วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer):
เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิเคราะห์องค์ประกอบโครงสร้างของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักและทนต่อสภาพแวดล้อมได้ เช่น โครงการอาคารสูง สะพาน หรือเขื่อน
3. วิศวกรขนส่ง (Transportation Engineer):
มุ่งเน้นการออกแบบและพัฒนาระบบขนส่ง เช่น ถนน ทางรถไฟ สนามบิน และระบบขนส่งสาธารณะ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการไหลเวียนของการจราจร
4. วิศวกรธรณีเทคนิค (Geotechnical Engineer):
ศึกษาคุณสมบัติของดินและหินเพื่อประเมินผลกระทบต่อการก่อสร้าง ออกแบบฐานราก กำแพงกันดิน และลาดเขา เพื่อให้มั่นใจในความมั่นคงและความปลอดภัยของโครงสร้าง
5. วิศวกรสิ่งแวดล้อม (Environmental Engineer):
ทำงานในโครงการด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม การบำบัดน้ำและน้ำเสีย รวมถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน เช่น ระบบจัดการของเสีย และการควบคุมมลพิษ
6. วิศวกรทรัพยากรน้ำ (Water Resources Engineer):
จัดการโครงการที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ระบบควบคุมน้ำท่วม และระบบชลประทาน โดยมุ่งเน้นการอนุรักษ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
7. ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง (Construction Manager):
ดูแลการวางแผน งบประมาณ และการดำเนินงานของโครงการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านเวลา คุณภาพ และความปลอดภัย
8. นักผังเมือง (Urban Planner):
ทำงานด้านการวางผังเมืองและภูมิภาค เช่น การใช้ที่ดิน ระบบขนส่ง และโครงการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่น่าอยู่และเป็นระบบ
9. ผู้จัดการโครงการ (Project Manager):
รับผิดชอบการบริหารจัดการโครงการโดยรวม ตั้งแต่การวางแผน ประสานงาน จนถึงการดำเนินงานให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งมักพบในบริษัทวิศวกรรม บริษัทก่อสร้าง และหน่วยงานภาครัฐ
10. ที่ปรึกษา (Consultant):
ให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าในด้านวิศวกรรม การบริหารโครงการ หรือการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมาย โดยอาจทำงานอิสระหรือในบริษัทที่ปรึกษา
11. นักวิจัย/อาจารย์ (Researcher/Academic):
บางคนเลือกทำงานในสายวิชาการหรือการวิจัย ทำงานในมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย หรือหน่วยงานรัฐ เพื่อทำการศึกษาและถ่ายทอดความรู้ให้กับวิศวกรรุ่นใหม่
บัณฑิตวิศวกรรมโยธามักทำงานอะไร?
บัณฑิตส่วนใหญ่ราว 64% ทำงานในสายวิศวกรรมโดยตรง ใช้ทักษะทางวิศวกรรมโยธาที่ได้เรียนมาในอาชีพต่าง ๆ เช่น สถาปนิก เจ้าหน้าที่วางผังเมือง สำรวจพื้นที่ และผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง รวมถึงงานด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคนิคการผลิต
โดยรวมแล้ว 76% ของบัณฑิตมีงานทำ, 7% ศึกษาต่อ, และ 7.6% ทำงานควบคู่กับการเรียนต่อ ขณะที่อัตราการว่างงานชั่วคราวอยู่ที่ 5.4% และอีก 4% อยู่ในหมวดหมู่อื่น ๆ
เมื่อพิจารณาตามสายงาน พบว่า 80.9% ของบัณฑิตทำงานในสายวิศวกรรม, 3.8% ในด้านธุรกิจ ทรัพยากรบุคคล และการเงิน, 3% ในงานบริหารจัดการ, 3% ในด้านค้าปลีก ร้านอาหาร และบริการลูกค้า และอีก 9.3% ในสาขาอาชีพอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนถึง เส้นทางอาชีพที่หลากหลาย ของผู้สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา
เรียนจบ วิศวกรรมโยธา ได้เงินเดือนเท่าไร?
เงินเดือนเฉลี่ยสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาในสาขานี้คือ:
- ระดับทักษะต่ำ (Low skilled): £19,000
- ระดับทักษะปานกลาง (Medium-skilled): £20,500
- ระดับทักษะสูง (High-skilled): £28,000
หัวข้อสำหรับวิทยานิพนธ์สาขา วิศวกรรมโยธา
สาขาการวิจัยที่หลากหลาย ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความซับซ้อนของ วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) และมีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการนี้มากยิ่งขึ้น:
1. วัสดุก่อสร้างที่ยั่งยืน (Sustainable Building Materials):
ศึกษาการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้ไผ่ พลาสติกรีไซเคิล หรือคอนกรีตคาร์บอนต่ำ รวมถึงการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสมบัติเชิงโครงสร้างของวัสดุเหล่านี้
2. โครงสร้างพื้นฐานที่ทนทาน (Resilient Infrastructure):
สำรวจแนวทางการออกแบบและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถต้านทานภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือพายุ โดยเน้นการใช้วัสดุและเทคนิคการก่อสร้างที่ล้ำสมัย
3. เมืองอัจฉริยะและการวางผังเมือง (Smart Cities and Urban Planning):
ศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อสร้างเมืองที่ชาญฉลาด มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน เช่น ระบบขนส่งอัจฉริยะ อาคารประหยัดพลังงาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเมือง
4. การผสานพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Integration):
ศึกษาการบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง และวิเคราะห์ผลกระทบต่อระบบพลังงานและความยืดหยุ่นของโครงสร้าง
5. การรับรองอาคารเขียว (Green Building Certification):
วิเคราะห์ประสิทธิผลของระบบการรับรองอาคารเขียว เช่น LEED หรือ BREEAM ในการส่งเสริมแนวทางการก่อสร้างที่ยั่งยืน
6. อาคารพลังงานศูนย์ (Zero-Energy Buildings):
ศึกษาการออกแบบและก่อสร้างอาคารที่ผลิตพลังงานได้เท่ากับที่ใช้ โดยเน้นเทคโนโลยีและกลยุทธ์การออกแบบที่เป็นนวัตกรรมเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้
7. การจัดการทรัพยากรน้ำ (Water Resources Management):
สำรวจแนวทางการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เช่น การเก็บน้ำฝน การจัดการน้ำฝน และเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสีย
8. วิศวกรรมขนส่งและการจัดการจราจร (Transportation and Traffic Management):
ศึกษาการออกแบบระบบขนส่ง เช่น การจำลองการจราจร การจัดการความหนาแน่นของการจราจร ยานยนต์อัตโนมัติ และการขนส่งอย่างยั่งยืน
9. การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Adaptation):
วิเคราะห์กลยุทธ์ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง และรูปแบบปริมาณน้ำฝนที่เปลี่ยนไป
10. แบบจำลองสารสนเทศอาคาร (BIM) และดิจิทัลทวิน (Digital Twins):
ศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี BIM และ Digital Twin ในการก่อสร้างและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงผลกระทบต่อประสิทธิภาพของโครงการและความยั่งยืน
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนที่ UK
หนึ่งในสิ่งสำคัญที่นักเรียนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเรียนต่อสาขา Business & Management ในสหราชอาณาจักรคือค่าใช้จ่ายในการศึกษา นี่คือแนวทางโดยประมาณสำหรับปีการศึกษา 2025/2026:
ค่าเรียนสำหรับนักเรียนในสหราชอาณาจักร
- อังกฤษ: มหาวิทยาลัยสามารถเก็บค่าเรียนสูงสุด £9,250 ต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาตรี
- เวลส์: มหาวิทยาลัยเก็บค่าเรียนสูงสุด £9,000 สำหรับนักเรียนในประเทศ เวลส์ นักเรียนสามารถยื่นขอเงินช่วยเหลือค่าธรรมเนียม (fee grant) ซึ่งไม่ต้องชำระคืนและไม่ถูกประเมินตามรายได้
- ไอร์แลนด์เหนือ: สำหรับนักเรียนในประเทศ ค่าเรียนสูงสุด £4,275 และอาจสูงถึง £9,250 สำหรับนักเรียนจากส่วนอื่น ๆ ของ UK
- สกอตแลนด์: นักเรียนในสกอตแลนด์ไม่เสียค่าเรียนระดับปริญญาตรี แต่ผู้ที่มาจากอังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ ต้องจ่ายสูงสุด £9,250 ต่อปี นักเรียนต่างชาติจากนอก UK จะจ่ายค่าเรียนสูงกว่านี้มาก
ค่าเรียนสำหรับนักเรียนต่างชาติ
- นักเรียนต่างชาติสามารถคาดว่าจะจ่ายระหว่าง £10,000 – £26,000 ต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีแบบ lecture-based
- หลักสูตรปริญญาตรีทางการแพทย์สำหรับนักเรียนต่างชาติอาจสูงถึง £58,600 ต่อปี
- สำหรับหลักสูตรปริญญาโท ค่าเรียนเฉลี่ยประมาณ £17,109 ต่อปี
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ควรพิจารณา
นอกจากค่าเรียนแล้ว นักเรียนยังต้องวางแผนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น อาหาร ที่พัก โทรศัพท์ หนังสือ อุปกรณ์การเรียน ชีวิตสังคม ค่าสมาชิกชมรม และอื่น ๆ นักเรียนสามารถใช้ free student budget calculator เพื่อช่วยวางแผนค่าใช้จ่ายได้
รายวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
หากสนใจสาขา วิศวกรรมโยธา อาจต้องพิจารณาสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ร่วมด้วย ซึ่งล้วนมีความเชื่อมโยงและเปิดโอกาสในสายอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น เช่น:
- Structural Engineering (วิศวกรรมโครงสร้าง)
- Environmental Engineering (วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม)
- Mechanical Engineering (วิศวกรรมเครื่องกล)
- Electrical Engineering (วิศวกรรมไฟฟ้า)
- Computer Science / Computer Engineering (วิทยาการคอมพิวเตอร์ / วิศวกรรมคอมพิวเตอร์)
- Construction Management (การบริหารงานก่อสร้าง)
- Geotechnical Engineering (วิศวกรรมปฐพี)
- Transportation Engineering (วิศวกรรมขนส่ง)
- Materials Science and Engineering (วัสดุศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ)
- Architectural Engineering (วิศวกรรมสถาปัตยกรรม)
- Environmental Science (วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม)
- Urban Planning (การผังเมือง)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียน วิศวกรรมโยธา
วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง และบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น อาคาร ถนน สะพาน คลอง และเขื่อน
นักเรียนสาขานี้จะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผ่านการเรียนการสอน งานวิจัย ห้องปฏิบัติการ และโครงการจริง โดยหัวข้อการเรียนครอบคลุมคณิตศาสตร์ กลศาสตร์ ฟิสิกส์ ระบบชลศาสตร์ การขนส่ง ความยั่งยืน และหัวข้อที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย
รายวิชาหลักที่มักพบในหลักสูตรวิศวกรรมโยธา ได้แก่
- การออกแบบทางวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering Design)
- วิธีเชิงคำนวณ (Computational Methods)
- วิศวกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม (Energy and Environmental Engineering)
- กลศาสตร์ของของไหล (Fluid Mechanics)
- การวิเคราะห์ปฐพีวิศวกรรม (Geotechnical Analysis)
- วิศวกรรมทางหลวงและวัสดุ (Highway Engineering and Materials)
- คณิตศาสตร์ (Mathematics)
- การสำรวจพื้นที่ก่อสร้าง (Site Surveying)
- กลศาสตร์ของดินและธรณีวิศวกรรม (Soil Mechanics and Engineering Geology)
- โครงสร้าง วัสดุ และพลศาสตร์ (Structures, Materials and Dynamics)
3 อันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำด้าน วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ในสหราชอาณาจักร ได้แก่ University of Cambridge, University of Oxford, Imperial College London ตามการจัดอันดับของ Complete University Guide 2026
ปริญญาด้าน วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดแรงงาน ปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญที่สามารถออกแบบและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการดำเนินชีวิตของสังคมสมัยใหม่ได้มีความจำเป็นอย่างมาก
เส้นทางอาชีพสำหรับบัณฑิตสาขาวิศวกรรมโยธา ได้แก่:
- วิศวกรโยธา (Civil Engineer)
- เจ้าหน้าที่สำรวจอาคาร (Building Surveyor)
- ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม (Consultant)
- ผู้รับเหมา (Contract Worker)
- นักธรณีวิทยา (Geologist)
- เจ้าหน้าที่ประมาณราคา (Quantity Surveyor)
- วิศวกรภาคสนาม (Site Engineer)
- วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer)
งานสำหรับบัณฑิตจบใหม่ในสาขานี้ค่อนข้างหาง่าย เนื่องจาก วิศวกรโครงสร้างและวิศวกรโยธา เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงอยู่เสมอ
เงินเดือนเริ่มต้นสำหรับผู้จบใหม่ในสาขานี้อยู่ที่ประมาณ £23,000-£29,000 ต่อปี
เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น วิศวกรโยธามีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £45,000 ต่อปี และหากได้รับสถานะ Chartered Engineer พร้อมประสบการณ์ที่เพียงพอ รายได้อาจเพิ่มขึ้นถึง £65,000 ในตำแหน่งวิศวกรอาวุโส และสำหรับตำแหน่งระดับ Director อาจมีรายได้มากกว่า £78,000 ต่อปี
สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยใน UK ได้แล้ววันนี้
ปรึกษาเรื่องแผนการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อใน UK ได้ที่นี่ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
