คู่มือเรียนต่อ Economics ในสหราชอาณาจักร
คู่มือเรียนต่อ Economics หรือเศรษฐศาสตร์ เป็นวิชาสังคมศาสตร์ (Social Science) ที่ศึกษาวิธีที่สังคมจัดสรร (Allocate) และบริหาร (Manage) ทรัพยากรที่มีจำกัดเพื่อสนองความต้องการ (Wants) ของมนุษย์ วิชานี้ครอบคลุมการผลิต (Production) การกระจาย (Distribution) และการบริโภค (Consumption) สินค้าและบริการ รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ (Economic Decision-Making) การเรียนเศรษฐศาสตร์เป็นประสบการณ์ที่ทั้งให้ความรู้และกระตุ้นความคิด นี่คือคู่มือวิชาครอบคลุมทุกเรื่องที่ควรรู้ สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์
สารบัญ
เศรษฐศาสตร์คืออะไร?
เศรษฐศาสตร์ (Economics) เป็นวิชาสังคมศาสตร์หลายมิติที่ศึกษาวิธีที่บุคคล ธุรกิจ และสังคมจัดสรรและบริหารทรัพยากรอันจำกัดเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ วิชานี้เจาะลึกกลไกที่ควบคุมการผลิต การกระจาย และการบริโภคสินค้าและบริการ พร้อมให้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ เศรษฐศาสตร์ยังให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง อุปสงค์และอุปทาน (supply and demand), กลไกตลาด (market dynamics), นโยบายรัฐบาล (government policies), และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (global economic trends) การศึกษาวิชานี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจแรงขับเคลื่อนของระบบเศรษฐกิจ และวิธีที่สังคมใช้และจัดสรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
โดยสรุป เศรษฐศาสตร์มุ่งศึกษา การจัดสรรทรัพยากร, กระบวนการตัดสินใจ, และการทำงานของตลาด ครอบคลุมหัวข้อและสาขาย่อยหลายด้าน เช่น จุลเศรษฐศาสตร์ (microeconomics), มหภาคเศรษฐศาสตร์ (macroeconomics), เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (international economics), เศรษฐศาสตร์การเงิน (financial economics) และอื่น ๆ
ทำไมถึงต้องเรียน Economics?
การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์มอบประโยชน์หลายประการและช่วยให้เข้าใจการทำงานของสังคมและระบบเศรษฐกิจ นี่คือเหตุผลสำคัญบางประการ:
เข้าใจการจัดสรรทรัพยากร (Understanding Resource Allocation):
เศรษฐศาสตร์ช่วยให้เข้าใจวิธีที่สังคมจัดสรรทรัพยากรอันจำกัดเพื่อผลิตสินค้าและบริการ ความรู้นี้สำคัญต่อการตัดสินใจทั้งในชีวิตส่วนตัวและด้านอาชีพทักษะการตัดสินใจ (Decision-Making Skills):
การเรียนเศรษฐศาสตร์เสริมทักษะวิเคราะห์และการตัดสินใจ คุณจะเรียนรู้การประเมินค่าใช้จ่าย ผลประโยชน์ ความเสี่ยง และการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในธุรกิจ การเงิน และการกำหนดนโยบายความเข้าใจพฤติกรรมตลาด (Insight into Market Behaviour):
เศรษฐศาสตร์อธิบายพฤติกรรมของตลาด เช่น กลไกอุปสงค์และอุปทาน การตั้งราคา และการแข่งขัน ความรู้นี้มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ นักการตลาด และผู้นำธุรกิจการวิเคราะห์นโยบาย (Policy Analysis):
นักเศรษฐศาสตร์มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การศึกษาวิชานี้ช่วยให้สามารถออกแบบและประเมินนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับภาษี การดูแลสุขภาพ การศึกษา และเรื่องอื่น ๆมุมมองระดับโลก (Global Perspective):
เศรษฐศาสตร์มอบมุมมองเชิงโลก ทำให้เข้าใจและวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศ ตลาดการเงิน และการพัฒนาเศรษฐกิจ ความรู้นี้สำคัญในโลกที่เชื่อมโยงกันอย่างเข้มข้น
จัดอันดับมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในสาขาวิชา Economics
นี่คือรายชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรด้านสาขานี้ ตามการจัดอันดับของ Complete University Guide ประจำปี 2026
เกณฑ์การรับสมัครนักศึกษา
1. คุณสมบัติทางวิชาการ:
A-levels: มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรต้องการวุฒิ A-level หรือวุฒิเทียบเท่า ข้อเสนอทั่วไปมักอยู่ระหว่าง AAB ถึง AAA โดยอาจมีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องวิชา Economics หรือ Mathematics ซึ่งมักถูกต้องการหรือแนะนำเป็นพิเศษ
International Baccalaureate (IB): คะแนน IB ประมาณ 34–38 คะแนน พร้อมวิชาระดับสูง (Higher Level) ใน Mathematics หรือ Economics มักเป็นที่คาดหวัง
Scottish Highers/Advanced Highers: สำหรับนักเรียนในสกอตแลนด์ หรือผู้ที่สอบวุฒิ Scottish qualifications ผลคะแนน AAAAB ถึง AAAAA ใน Highers และ Advanced Highers เป็นข้อกำหนดทั่วไป
Access Courses: บางมหาวิทยาลัยอาจรับวุฒิ Access to Higher Education Diplomas เป็นคุณสมบัติทางเลือกสำหรับนักเรียนอายุมาก
2. คุณสมบัติ GCSE:
โดยปกติคุณจะต้องมีผลสอบ GCSE (หรือเทียบเท่า) ที่ดีในวิชา English และ Mathematics บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดเกรดขั้นต่ำในวิชาเหล่านี้
3. การสอบคัดเลือกเข้า:
บางมหาวิทยาลัย เช่น University of Cambridge และ University of Oxford อาจให้คุณสอบ Admissions Tests เช่น Economics Admissions Assessment (ECAA) หรือ Thinking Skills Assessment (TSA)
4. ความสามารถทางภาษาอังกฤษ:
หากภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลักของคุณ คุณจะต้องแสดงหลักฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษผ่านการสอบเช่น IELTS หรือ TOEFL โดยแต่ละมหาวิทยาลัยอาจมีข้อกำหนดภาษาแตกต่างกัน
อาชีพในสายงาน Economics
โอกาสอาชีพสำหรับบัณฑิตในสาขานี้:
นักเศรษฐศาสตร์ (Economist): นักเศรษฐศาสตร์ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ ทำวิจัย และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบาย พวกเขาอาจทำงานในหน่วยงานรัฐบาล สถาบันวิจัย บริษัทที่ปรึกษา หรือองค์กรระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst): นักวิเคราะห์การเงินประเมินโอกาสการลงทุน วิเคราะห์ข้อมูลการเงิน และให้คำแนะนำแก่องค์กรหรือบุคคลที่ต้องการตัดสินใจทางการเงิน ทำงานได้ในธนาคาร บริษัทลงทุน และองค์กรต่างๆ
นักวิเคราะห์ข้อมูล/นักสถิติ (Data Analyst/Statistician): นักวิเคราะห์ข้อมูลและนักสถิติรวบรวม วิเคราะห์ และตีความข้อมูลเพื่อช่วยให้องค์กรตัดสินใจอย่างมีข้อมูล พวกเขามีความต้องการสูงในหลายอุตสาหกรรม เช่น การแพทย์ การเงิน และการตลาด
นักวิเคราะห์การตลาด (Market Research Analyst): นักวิเคราะห์การตลาดศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาดเพื่อช่วยให้บริษัทเข้าใจกลุ่มเป้าหมายและตัดสินใจด้านการตลาดและธุรกิจอย่างชาญฉลาด
ที่ปรึกษาด้านการจัดการ (Management Consultant): ที่ปรึกษาด้านการจัดการให้คำแนะนำธุรกิจเกี่ยวกับการปรับปรุงการดำเนินงาน กลยุทธ์ และความสามารถในการทำกำไร บัณฑิตเศรษฐศาสตร์ที่มีทักษะการวิเคราะห์แข็งแรงเหมาะกับบทบาทนี้อย่างมาก
อาชีพที่ได้รับความนิยมประจำปี 2025/2026
ในบรรดาบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ที่มีงานทำในสหราชอาณาจักร งานหกในสิบอันดับแรกเกี่ยวข้องกับธุรกิจ การเงิน และการตลาด บทบาทเหล่านี้ได้แก่:
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน (Finance professionals): 27%
ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ วิจัย และงานบริหาร (Business, research, and administrative professionals): 16%
ผู้ช่วยด้านการขาย การตลาด และงานที่เกี่ยวข้อง (Sales, marketing, and related associate professionals): 6%
ผู้ช่วยด้านธุรกิจ (Business associate professionals): 5%
งานบริหารในด้านการเงิน (Administrative occupations in finance): 4%
ผู้ช่วยด้านการเงิน (Finance associate professionals): 3%
เงินเดือนในสายอาชีพ Economics
ในปี 2025 นักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,193,768 บาทต่อปี หรือประมาณ 99,480 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ของคนไทยทั่วไปที่อยู่ที่ประมาณ 97,300 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ 1–3 ปี รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 598,595 บาทต่อปี หรือประมาณ 49,883 บาทต่อเดือน
ในส่วนของระดับการศึกษา ผู้ที่จบปริญญาตรีมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,357,900 บาทต่อปี ขณะที่ผู้ที่จบปริญญาโทมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,015,600 บาทต่อปี และผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอกมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,914,600 บาทต่อปี
โดยรวมแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยมีรายได้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และมีแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์และระดับการศึกษา
หัวข้อที่น่าสนใจสำหรับการทำวิจัย
ด้านล่างนี้คือหัวข้อวิจัยที่หลากหลาย ซึ่งเปิดโอกาสให้ศึกษาความซับซ้อนของ เศรษฐศาสตร์ และสร้างคุณูปการที่มีนัยสำคัญต่อการพัฒนาสาขานี้:
- โครงสร้างตลาดและการแข่งขัน: วิเคราะห์ผลกระทบของโครงสร้างตลาดรูปแบบต่าง ๆ (การแข่งขันอย่างสมบูรณ์ ตลาดผูกขาด และตลาดผู้ขายน้อยราย) ต่อการกำหนดราคา นวัตกรรม และสวัสดิการของผู้บริโภค
- พฤติกรรมผู้บริโภค: ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค เช่น ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา ความชอบของผู้บริโภค และบทบาทของการโฆษณา
- วิกฤตการเงิน: ศึกษาสาเหตุและผลกระทบของวิกฤตการเงิน เช่น วิกฤตการเงินโลกปี 2008 และสำรวจมาตรการเชิงนโยบายเพื่อตอบสนอง
- นโยบายการค้า: วิเคราะห์ผลของนโยบายการค้า เช่น ภาษีศุลกากรและความตกลงทางการค้า ต่อรูปแบบการค้าระหว่างประเทศและสวัสดิการทางเศรษฐกิจ
- การเติบโตทางเศรษฐกิจ: ศึกษาปัจจัยกำหนดของการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และความเหลื่อมล้ำของรายได้
ค่าใช้จ่ายในการเรียนที่สหราชอาณาจักร
- สำหรับนักศึกษาสัญชาติอังกฤษใน England มหาวิทยาลัยสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีได้สูงสุด £9,250 ต่อปี
- ใน Wales สถาบันสามารถเรียกเก็บได้สูงสุด £9,000 สำหรับนักศึกษาสัญชาติเวลส์ ทั้งนี้นักศึกษาเวลส์สามารถยื่นขอทุนค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยครอบคลุมค่าเล่าเรียนบางส่วนได้ โดยทุนนี้ปัจจุบันไม่ต้องชดใช้คืนและไม่ประเมินตามรายได้
- มหาวิทยาลัยใน Northern Ireland จะเรียกเก็บสูงสุด £4,275 สำหรับนักศึกษาท้องถิ่น และอาจเรียกเก็บได้สูงสุด £9,250 สำหรับนักศึกษาจากส่วนอื่นของสหราชอาณาจักร
- Scotland ไม่เรียกเก็บค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีสำหรับนักศึกษาท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม นักศึกษาจาก England, Wales หรือ Northern Ireland คาดว่าจะต้องชำระสูงสุด £9,250 ต่อปี นักศึกษาต่างชาติจากนอกสหราชอาณาจักรจะต้องชำระในอัตราที่สูงกว่ามากเมื่อเรียนในสกอตแลนด์
- นักศึกษาต่างชาติ สามารถคาดหวังค่าเล่าเรียนระหว่าง £10,000 ถึง £26,000 ต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีแบบบรรยายในมหาวิทยาลัยทั่วสหราชอาณาจักร ส่วนปริญญาตรีด้านแพทยศาสตร์อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง £58,600 ต่อปี สำหรับระดับบัณฑิตศึกษา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £17,109 ต่อปี
วิชาที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร
- การเงิน (Finance): การเงินมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับเศรษฐศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการจัดการเงิน การลงทุน และตลาดการเงิน การเรียนด้านการเงินจะช่วยให้เข้าใจการตัดสินใจทางการเงิน การกำหนดราคาในสินทรัพย์ การจัดการความเสี่ยง และกลยุทธ์การลงทุน
- คณิตศาสตร์และสถิติ (Mathematics and Statistics): ทักษะเชิงปริมาณที่แข็งแกร่งถือว่าสำคัญในเศรษฐศาสตร์ การเรียนคณิตศาสตร์และสถิติจะช่วยเสริมความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล สร้างแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ และทำการวิจัยเชิงประจักษ์
- บริหารธุรกิจ (Business Administration): หลักสูตรบริหารธุรกิจครอบคลุมหลากหลายด้านในการบริหารองค์กร รวมถึงการจัดการ การตลาด และผู้ประกอบการ ความเข้าใจในด้านการดำเนินธุรกิจถือว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์
- รัฐศาสตร์ (Political Science): รัฐศาสตร์ศึกษาทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติของรัฐบาล การกำหนดนโยบาย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจแรงกดดันทางการเมืองที่มีผลต่อการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์
- วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science): ในยุคของบิ๊กดาต้าและเศรษฐศาสตร์เชิงคำนวณ ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และภาษาโปรแกรมมิ่งถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับการทำวิจัยและการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์
คำถามที่พบได้บ่อย
เศรษฐศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่สอนวิธีหาเงิน แต่เป็นสังคมศาสตร์ที่ศึกษาปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการผลิตและการกระจายสินค้าและบริการ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมผู้บริโภคและระบบทุนนิยม
การเรียนปริญญาด้านเศรษฐศาสตร์จะครอบคลุมตั้งแต่ระดับบริษัทไปจนถึงระดับประเทศ คุณอาจได้ศึกษาหัวข้ออย่างเช่น ผลิตภาพ กำไร เงินเฟ้อ และภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ
โมดูลที่มักเปิดสอนในหลักสูตรสาขานี้ ได้แก่:
Econometrics (เศรษฐมิติ)
Economic Development and Growth (การพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจ)
Elementary Statistical Theory (ทฤษฎีสถิติเบื้องต้น)
Environmental Economics (เศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม)
International Political Economy (เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ)
Macroeconomics (เศรษฐศาสตร์มหภาค)
Mathematical Methods for Economists (วิธีการทางคณิตศาสตร์สำหรับนักเศรษฐศาสตร์)
Microeconomics (เศรษฐศาสตร์จุลภาค)
Principles of Finance (หลักการทางการเงิน)
Quantitative Methods (วิธีการเชิงปริมาณ)
The World Economy: History and Theory (เศรษฐกิจโลก: ประวัติศาสตร์และทฤษฎี)
ตามการจัดอันดับ Complete University Guide 2025 มหาวิทยาลัย 3 อันดับแรกด้านเศรษฐศาสตร์ในสหราชอาณาจักร ได้แก่ University of Cambridge, London School of Economics and Political Science (LSE) และ University of Oxford
โอกาสทางอาชีพสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ได้แก่:
นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst)
นักคณิตศาสตร์ประกันภัย (Actuary)
นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst)
นักเศรษฐศาสตร์ (Economist)
ที่ปรึกษานโยบายภาครัฐ (Government Policy Advisor)
นักการธนาคารเพื่อการลงทุน (Investment Banker)
ที่ปรึกษาด้านการจัดการ (Management Consultant)
นักประเมินปริมาณงานก่อสร้าง (Quantity Surveyor)
นักวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Analyst)
นักสถิติ (Statistician)
ที่ปรึกษาด้านภาษี (Tax Consultant)
ในปี 2025 นักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,193,768 บาทต่อปี หรือประมาณ 99,480 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ของคนไทยทั่วไปที่อยู่ที่ประมาณ 97,300 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ 1–3 ปี รายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 598,595 บาทต่อปี หรือประมาณ 49,883 บาทต่อเดือน
ในส่วนของระดับการศึกษา ผู้ที่จบปริญญาตรีมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 1,357,900 บาทต่อปี ขณะที่ผู้ที่จบปริญญาโทมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,015,600 บาทต่อปี และผู้ที่มีวุฒิปริญญาเอกมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 2,914,600 บาทต่อปี
โดยรวมแล้ว นักเศรษฐศาสตร์ในประเทศไทยมีรายได้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ และมีแนวโน้มรายได้เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์และระดับการศึกษา
สมัครเรียน UK University!
พุดคุยกับเราเพื่อรับคำปรึกษาด้านการเรียนต่อมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนประจำในสหราชอาณาจักรกับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ฟรี!ไม่มีค่าใช้จ่าย
สมัครรับคำแนะนำการเรียนต่อในสหราชอาณาจักรฟรี!
สมัครเรียน UK University
ติดต่อเราวันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและสมัครเรียนจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านแนะแนวการศึกษา
บริการฟรีทุกขั้นตอน
