เรียนพยาบาล (Nursing) ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใน UK

การเป็นพยาบาล(Nursing)ในสหราชอาณาจักรเป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยโอกาสและความรับผิดชอบ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเรื่องที่ควรรู้เมื่อเลือกเรียนพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เรียน คุณสมบัติที่ใช้สมัครและโอกาสในด้านอาชีพพยาบาลหลังเรียนจบ

นอกจากนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสาขาพยาบาล โอกาสในการฝึกงานภาคปฏิบัติ และ ทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อความสำเร็จในสายงานสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มสนใจเรียนพยาบาล หรือพร้อมจะสมัครเข้าเรียนแล้ว บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนต่าง ๆ ในการก้าวสู่การเป็น พยาบาลวิชาชีพในสหราชอาณาจักร

เรียนพยาบาล (Nursing) ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำใน UK

สารบัญ

ทำความรู้จักอาชีพพยาบาล

อาชีพพยาบาลถือเป็นอาชีพที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขทั่วโลก พยาบาลมีหน้าที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกด้านของการดูแลผู้ป่วย โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบการดูแลที่มีคุณภาพสูงสุดและส่งเสริมสุขภาวะของผู้รับบริการ

หัวใจสำคัญของการพยาบาลคือการให้การดูแลแบบองค์รวม (Holistic Care) ซึ่งหมายถึงการดูแลทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ และจิตใจของผู้ป่วย พยาบาลมีบทบาทสำคัญในหลากหลายสถานพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล คลินิก บ้านพักคนชรา หรือบริการสุขภาพชุมชน โดยทำงานกับผู้คนทุกช่วงวัย ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ เพื่อดูแลปัญหาสุขภาพในหลากหลายรูปแบบ

พยาบาลมักเป็นบุคลากรด่านแรกที่ผู้ป่วยได้พบเมื่อเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ โดยพยาบาลจะมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นและในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดสัญญาณชีพ การทำหัตการไปจนถึง การช่วยแพทย์ในการผ่าตัด และยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนโดยการให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ตลอดจนเรื่องสุขอนามัยภายในชุมชนโดยจะทำงานร่วมกับสาธารณะสุข เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

เหตุผลที่ควรเลือกเรียนพยาบาล

การเรียนพยาบาลถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ มีความต้องการสูงและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นและปัญหาการขาดแคลนบุคลากรสาธารณสุข ทำให้พยาบาลมีโอกาสในการทำงานหลากหลาย ทั้งในโรงพยาบาลรัฐและเอกชน รวมถึงในสายงานเฉพาะทาง เช่น พยาบาลเวชปฏิบัติ (Nurse Practitioner) และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยังมีปัจจัยอื่นๆ อาทิ

ความหลากหลายของสาขาเฉพาะทาง (Varied Specialisations)

การเรียนพยาบาลมีหลากหลายสาขา โดยสามารถเลือกตามความสนใจและเป้าหมายในอาชีพของคุณ ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลเด็ก (Paediatrics) สุขภาพจิต (Mental Health) หรือการดูแลผู้ป่วยหนัก (Critical Care)

ความยืดหยุ่นในอาชีพ (Flexible Career Path)

อาชีพพยาบาลจะมีความยืดหยุ่นในด้านอาชีพ พยาบาลไม่จำเป็นจะต้องทำงานที่โรงพยาบาลเสมอไป หลายๆคนอาจติดภาพจำว่าพยาบาลจะต้องอยู่แต่ในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จริงๆแล้ว พยาบาลก็สามารถเลือกสมัครเข้าทำงานในคลินิก ศูนย์วิจัยหรือสถานพยาบาลอื่นๆ รวมถึงการทำงานในสาย Healthcare ต่างๆตามเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคน

ความพึงพอใจส่วนบุคคล (Personal Satisfaction)

การพยาบาลไม่ได้เป็นแค่งานแต่ถือเป็นการอุทิศตนเพื่อมอบการดูแลและความหวังที่จะช่วยชีวิตของผู้ป่วยและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้มีสุขภาพดี

การจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำสาขาพยาบาลใน UK (ประจำปี 2026)

รายชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำสาขาพยาบาลจัดอันดับโดย the Complete University Guide (2026): 

รายชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำสาขาพยาบาลจัดอันดับโดย the Complete University Guide (2024): 

เกณฑ์การรับสมัครนักศึกษาสาขาพยาบาล

เกณฑ์การสมัครเรียนหลักสูตรพยาบาลในสหราชอาณาจักร (UK) อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัยและประเภทของหลักสูตรที่เลือก ข้อมูลต่อไปนี้คือแนวทางการสมัครทั่วไปที่ผู้สมัครควรทราบ:

คุณวุฒิทางการศึกษา (Academic Qualifications)

โดยทั่วไป ผู้สมัครจำเป็นต้องมีวุฒิ A-level อย่างน้อย 3 วิชา สาขาวิชาที่มักได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ได้แก่ ชีววิทยา (Biology), เคมี (Chemistry) หรือ สุขภาพและการดูแลสังคม (Health and Social Care) บางมหาวิทยาลัยอาจรับ ประกาศนียบัตร Access to HE Diploma แทนได้เช่นกัน

คุณวุฒิระดับ GCSEs

ผู้สมัครมักต้องมีผลสอบ GCSE อย่างน้อย 5 วิชา รวมถึง ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ โดยได้เกรด C/4 ขึ้นไป บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดเกรดที่สูงกว่านี้ หรือระบุให้มีวิชาเพิ่มเติมในบางสาขา

การสมัครผ่านระบบ UCAS (Universities and Colleges Admissions Service)

ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครผ่านระบบ UCAS และเลือกหลักสูตรพยาบาลที่ต้องการเรียน

โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยมักต้องการคะแนน UCAS ประมาณ 112–120 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเกณฑ์ของแต่ละสถาบันโดยตรง เนื่องจากอาจมีความแตกต่างกัน

การตรวจสุขภาพและประวัติ (Health and Disclosure Checks)

ผู้สมัครจะต้องผ่านการตรวจสุขภาพ เพื่อยืนยันว่ามีความพร้อมในการทำงานในสภาพแวดล้อมทางคลินิก

นอกจากนี้ ยังต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Disclosure and Barring Service – DBS Check) เพื่อยืนยันว่าไม่มีประวัติที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการทำงานกับผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบาง

ทักษะภาษาอังกฤษ (English Language Proficiency)

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ อาจต้องยื่นผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น

  • IELTS (Academic) หรือ
  • OET (Occupational English Test)

เพื่อยืนยันความสามารถด้านภาษาในการเรียนและการทำงานทางการพยาบาล

หมายเหตุ: เกณฑ์การรับสมัครอาจแตกต่างกันในแต่ละมหาวิทยาลัย บางแห่งอาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติมหรือเงื่อนไขเฉพาะ ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลโดยตรงกับมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจ

นอกจากนี้ Nursing and Midwifery Council (NMC) ซึ่งเป็นองค์กรวิชาชีพด้านการพยาบาลของสหราชอาณาจักร ยังเป็นผู้กำหนดมาตรฐานการศึกษา ดังนั้นควรมั่นใจว่าหลักสูตรที่คุณเลือกได้รับการรับรองจาก NMC ด้วย

โอกาสทางด้านอาชีพ

ผู้สำเร็จการศึกษาด้านพยาบาลในสหราชอาณาจักรมีโอกาสทำงานในหลากหลายสายอาชีพ
เนื่องจากทักษะของพยาบาลสามารถประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบททางการแพทย์และสาธารณสุข
อีกทั้งยังเป็นอาชีพที่มีความต้องการสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ต่อไปนี้คือตัวอย่างอาชีพสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาพยาบาล:

พยาบาลทั่วไป (Staff Nurse)

ตำแหน่งเริ่มต้นที่พบบ่อยสำหรับผู้จบใหม่ โดยพยาบาลทั่วไปจะทำงานใน
โรงพยาบาล คลินิก หรือบ้านพักคนชรา (Care Homes)
ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง จ่ายยา เฝ้าติดตามอาการ และช่วยเหลือแพทย์ในกระบวนการรักษา

พยาบาลเฉพาะทาง (Specialist Nurse)

เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น พยาบาลสามารถเลือกสาขาเฉพาะทางได้ เช่น:

  • พยาบาลเด็ก (Paediatrics)
  • พยาบาลสุขภาพจิต (Mental Health)
  • พยาบาลผู้ป่วยหนัก (Critical Care)
  • ผดุงครรภ์ (Midwifery)

พยาบาลเฉพาะทางจะให้การดูแลเชิงลึกในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะด้าน
และมักทำงานร่วมกับทีมแพทย์เฉพาะทาง

พยาบาลชุมชน (Community Nurse)

พยาบาลชุมชนทำงานนอกสถานพยาบาล เช่น ในบ้านของผู้ป่วยหรือในศูนย์สุขภาพชุมชน
หน้าที่หลักคือดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง จ่ายยา และให้คำแนะนำด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิต

อาจารย์พยาบาล (Nurse Educator)

ผู้ที่มีประสบการณ์และวุฒิการศึกษาระดับสูงสามารถพัฒนาตนเองสู่สายอาชีพ
อาจารย์พยาบาล ทำหน้าที่สอนและฝึกอบรมพยาบาลรุ่นใหม่ในสถาบันการศึกษา

นักวิจัยพยาบาล (Nurse Researcher)

พยาบาลที่สนใจด้านวิชาการสามารถทำงานในสถาบันวิจัย โรงพยาบาล หรือมหาวิทยาลัย
เพื่อทำการวิจัยด้านสุขภาพ พัฒนานวัตกรรม และส่งเสริมการพยาบาลเชิงหลักฐาน
(Evidence-Based Practice)

ผู้จัดการหรือหัวหน้าพยาบาล (Nurse Manager / Leader)

พยาบาลที่มีประสบการณ์สูงสามารถก้าวสู่ตำแหน่งบริหาร
เช่น หัวหน้าพยาบาล หรือ ผู้จัดการหน่วยงานทางการแพทย์
มีหน้าที่ดูแลทีมพยาบาลและบริหารการดำเนินงานของหน่วยบริการสุขภาพ

พยาบาลในกองทัพ (Military Nurse)

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือการทำงานในกองทัพ
เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพแก่ทหารและครอบครัวของพวกเขา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศทางการพยาบาล (Nursing Informatics Specialist)

พยาบาลในสายนี้ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วย
ทำหน้าที่บริหารและวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางการแพทย์อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เงินเดือนของพยาบาลวิชาชีพในประเทศไทย

เงินเดือนพยาบาลในไทยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น โรงพยาบาล (รัฐ/เอกชน), ประสบการณ์, และการทำงานล่วงเวลา (OT)

โดยทั่วไป เงินเดือนเริ่มต้น ของพยาบาลวิชาชีพจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 20,750 บาท และ เงินเดือนรวม สามารถสูงถึง 25,000 – 30,000 บาท หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับค่าตอบแทนอื่นๆ เช่น ค่าล่วงเวลา, ค่าเวร, และค่าใบประกอบวิชาชีพ 

หัวข้อที่น่าสนใจในการทำวิจัย

แนวทางหัวข้อวิจัยที่หลากหลาย ครอบคลุมประเด็นสำคัญในวงการพยาบาล ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิจัยได้สำรวจความซับซ้อนของงานพยาบาลและสร้างคุณูปการต่อการพัฒนาวิชาชีพนี้อย่างต่อเนื่อง

  • อคติทางสังคมต่อสุขภาพจิตและผลกระทบต่อการเข้ารับการรักษา (Mental Health Stigma and Its Effects on Treatment Seeking)
  • ศึกษาบทบาทของ “อคติและการตีตราทางสังคม” ที่มีต่อผู้ป่วยสุขภาพจิต ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการเข้ารับการรักษา พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการลดอคติและส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต
  • ภาวะหมดไฟของพยาบาลและแนวทางป้องกัน (Nursing Burnout and Strategies for Prevention)
  • วิเคราะห์ความชุกของภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาล พร้อมประเมินวิธีการและกลยุทธ์ต่าง ๆ ที่สามารถช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของปัญหานี้
  • การศึกษาพยาบาลกับความปลอดภัยของผู้ป่วย (Nursing Education and Its Influence on Patient Safety)
  • ประเมินความสัมพันธ์ระหว่างระดับการศึกษาของพยาบาล (เช่น ปริญญาตรี BSN เทียบกับอนุปริญญา ADN) กับผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วยในสถานพยาบาล
  • การพยาบาลทางไกลและเทเลเฮลท์ (Telehealth and Remote Nursing Care)
  • ศึกษาประสิทธิภาพและความท้าทายของการให้บริการพยาบาลผ่านระบบเทเลเฮลท์ รวมถึงผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการและผลลัพธ์ด้านสุขภาพของผู้ป่วย
  • การดูแลระยะสุดท้ายและบทบาทของพยาบาลผู้ดูแลแบบประคับประคอง (End-of-Life Care and the Role of Palliative Nursing)
  • สำรวจแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย รวมถึงประเด็นด้านจริยธรรมและความท้าทายในการให้การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)
  • ภาวะผู้นำทางการพยาบาลกับคุณภาพการดูแลสุขภาพ (Nursing Leadership and Its Impact on Healthcare Quality)
  • ศึกษาบทบาทของผู้นำทางการพยาบาลในการยกระดับคุณภาพการดูแลและความปลอดภัยของผู้ป่วยในองค์กรทางการแพทย์
  • ความเข้าใจทางวัฒนธรรมในการพยาบาล (Cultural Competence in Nursing)
  • สำรวจความสำคัญของการมีความรู้ความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และผลกระทบของมันต่อการให้บริการพยาบาลที่มีความอ่อนไหวทางวัฒนธรรม (Culturally Sensitive Care)
  • การควบคุมการติดเชื้อในงานพยาบาล (Infection Control Practices in Nursing)
  • ประเมินประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล และบทบาทของพยาบาลในการป้องกันการติดเชื้อที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล (Healthcare-Associated Infections)
  • บทบาทของพยาบาลในการเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อภัยพิบัติ (Nursing in Disaster Preparedness and Response)
  • ศึกษาบทบาทของพยาบาลในการรับมือกับภัยพิบัติ ทั้งในขั้นตอนการเตรียมความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟู รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสุขภาพชุมชนหลังภัยพิบัติ
  • การพยาบาลทารกแรกเกิดและผลลัพธ์ด้านพัฒนาการ (Neonatal Nursing and Developmental Outcomes)
  • วิจัยแนวทางการพยาบาลในหน่วยดูแลทารกแรกเกิด (NICU) และผลกระทบของการดูแลต่อพัฒนาการของทารกคลอดก่อนกำหนด

ค่าใช้จ่ายในการเรียนพยาบาลในสหราชอาณาจักร (ปีการศึกษา 2024/2025)

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเรียนพยาบาลในสหราชอาณาจักร คือ ค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพ
เนื่องจากค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค มหาวิทยาลัย และสถานะของนักศึกษา
(เช่น นักศึกษาในประเทศ – Home Student หรือ นักศึกษาต่างชาติ – International Student)

อังกฤษ (England)

มหาวิทยาลัยในอังกฤษสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนสูงสุดได้ถึง £9,250 ต่อปี
สำหรับหลักสูตรระดับปริญญาตรี (Undergraduate Degree) สำหรับนักศึกษาในประเทศ (Home Students)

เวลส์ (Wales)

สถาบันการศึกษาในเวลส์สามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนได้สูงสุด £9,000 ต่อปี สำหรับนักศึกษาในประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักศึกษาเวลส์สามารถสมัครขอ ทุนสนับสนุนค่าเล่าเรียน (Fee Grant)
เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งทุนนี้ ไม่ต้องชำระคืนและไม่ขึ้นอยู่กับรายได้

ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland)

มหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์เหนือสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนสูงสุด £4,275 ต่อปี สำหรับนักศึกษาในประเทศ
ส่วนผู้ที่มาจากภูมิภาคอื่นของสหราชอาณาจักร (เช่น อังกฤษ เวลส์ หรือสกอตแลนด์)
อาจต้องจ่ายสูงสุดถึง £9,250 ต่อปี

สกอตแลนด์ (Scotland)

สกอตแลนด์ ไม่เรียกเก็บค่าเล่าเรียนจากนักศึกษาในประเทศ (Scottish Students)
ในระดับปริญญาตรี อย่างไรก็ตาม
นักศึกษาที่มาจาก อังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ
จะต้องจ่ายค่าเล่าเรียนสูงสุด £9,250 ต่อปี
ส่วน นักศึกษาต่างชาติ (International Students) จะมีค่าเล่าเรียนสูงกว่านี้อย่างมาก

นักศึกษาต่างชาติ (International Students)

  • หลักสูตรปริญญาตรีทั่วไป (Lecture-Based Undergraduate Degrees): £10,000 – £26,000 ต่อปี
  • หลักสูตรแพทย์ (Medical Degree): สูงสุดถึง £58,600 ต่อปี
  • หลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate Degree): โดยเฉลี่ยประมาณ £17,109 ต่อปี

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรคำนึงถึง

นอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่นักศึกษาควรวางแผนล่วงหน้า เช่น:

  • ค่าอาหารและเครื่องใช้ประจำวัน
  • ค่าที่พัก
  • ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต
  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน
  • ค่าใช้จ่ายด้านสังคมและกิจกรรม (Social Life & Memberships)

อย่าลืมลองใช้เครื่องมือของเราอย่าง
“Student Budget Calculator”
เพื่อช่วยคำนวณและวางแผนงบประมาณก่อนเริ่มเรียนในสหราชอาณาจักร

สาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับการพยาบาลและทางเลือกในสายงานสุขภาพ

แม้ว่าสาขาพยาบาลจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่สนใจสาขาด้านการดูแลสุขภาพ
แต่ก็ยังมีสาขาวิชาอื่น ๆ ที่สามารถเสริมอาชีพพยาบาลหรือเปิดเส้นทางทางเลือกภายในวงการสุขภาพได้
ต่อไปนี้คือสาขาวิชาที่ควรพิจารณา ขึ้นอยู่กับความสนใจและเป้าหมายอาชีพของคุณ

แพทยศาสตร์ (Medicine – MBBS/MD)

สำหรับผู้ที่สนใจการปฏิบัติทางคลินิกและมีความปรารถนาจะเป็นแพทย์ การเรียนแพทยศาสตร์เป็นทางเลือกที่นิยม
ซึ่งมักนำไปสู่อาชีพแพทย์หรือศัลยแพทย์

ทันตแพทยศาสตร์ (Dentistry – BDS/DDS)

ผู้ที่สนใจด้านสุขภาพช่องปากและการดูแลฟัน สามารถเลือกเรียนทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งนำไปสู่อาชีพทันตแพทย์

เภสัชศาสตร์ (Pharmacy – PharmD)

ปริญญาเภสัชศาสตร์เตรียมความพร้อมให้คุณเป็นเภสัชกร
ทำงานด้านการใช้ยา การให้คำปรึกษาผู้ป่วย และการบริหารจัดการยาในหลายสถานพยาบาล

กายภาพบำบัด (Physiotherapy – DPT)

หากสนใจด้านการฟื้นฟูและบำบัดทางกาย ปริญญา Doctor of Physiotherapy จะช่วยเปิดเส้นทางสู่อาชีพนักกายภาพบำบัด

กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy – OT)

ปริญญากิจกรรมบำบัดเตรียมผู้เรียนให้ช่วยผู้ป่วยฟื้นฟูหรือปรับปรุงความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันหลังบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย

รังสีวิทยา (Radiography – BSc Radiography)

นักรังสีวิทยาทำงานกับเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ เช่น X-ray และ MRI
มีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วย

วิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์ (Biomedical Science – BSc Biomedicine)

สาขานี้เน้นศึกษาชีววิทยาของมนุษย์
เปิดโอกาสทำงานด้านวิจัย ห้องปฏิบัติการ หรือบริการวินิจฉัยทางการแพทย์

โภชนาการและการกำหนดอาหาร (Nutrition and Dietetics – BSc Nutrition/Dietetics)

นักโภชนาการและนักกำหนดอาหารช่วยให้บุคคลและชุมชนตัดสินใจด้านอาหารอย่างมีข้อมูล
เพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

จิตวิทยา (Psychology – BSc/MSc Psychology)

ปริญญาจิตวิทยามีประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจด้านสุขภาพจิต การให้คำปรึกษา หรือทำงานกับผู้ป่วยในบริบทการบำบัด

วิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Medical Laboratory Science – BSc MLS)

นักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ทำการทดสอบและวิเคราะห์ทางคลินิก
เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคและการดูแลผู้ป่วย

สาขาวิชาเหล่านี้ครอบคลุมอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพหลากหลายรูปแบบ
และการเลือกสาขาควรเป็นไปตามกับความสนใจและเป้าหมายอาชีพของแต่ละคน
นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาการศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา (Postgraduate) หรือการรับรองวิชาชีพเพิ่มเติมเพื่อเชี่ยวชาญในสาขาที่สนใจ

คำถามที่พบเจอได้บ่อย

พยาบาลมักเป็นบุคลากรด่านแรกที่ผู้ป่วยได้พบเมื่อเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ โดยพยาบาลจะมีหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเบื้องต้นและในช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดสัญญาณชีพ การทำหัตการไปจนถึง การช่วยแพทย์ในการผ่าตัด และยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนโดยการให้ความรู้ด้านการปฐมพยาบาล ตลอดจนเรื่องสุขอนามัยภายในชุมชนโดยจะทำงานร่วมกับสาธารณะสุข เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ

  • Applied Mental Health Practice – การประยุกต์ใช้ทักษะด้านสุขภาพจิตในทางปฏิบัติ

  • Core Values and Complexity in Nursing Knowledge and Interventions – ค่านิยมหลักและความซับซ้อนในความรู้และการดำเนินงานของพยาบาล

  • Enhancing Your Adult Nursing Clinical Practice – การพัฒนาทักษะการปฏิบัติพยาบาลผู้ใหญ่

  • Exploring Evidence and Uncertainty in Nursing – การสำรวจหลักฐานและการจัดการความไม่แน่นอนในงานพยาบาล

  • Leading Complex Care in Learning Disabilities Nursing Practice – การนำการดูแลผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

  • Leading in Children and Young People’s Nursing – การนำการดูแลเด็กและเยาวชน

  • Nursing Practice and Simulation – การฝึกปฏิบัติพยาบาลและการจำลองสถานการณ์

ตาม Complete University Guide 2025 มหาวิทยาลัย 3 แห่งที่ติดอันดับสูงสุดสำหรับการเรียนพยาบาลในสหราชอาณาจักร ได้แก่:

  1. University of Sheffield 

  2. University of Edinburgh 

  3. University of Liverpool 

มหาวิทยาลัยนี้มีหลักสูตรพยาบาลที่โดดเด่นครอบคลุมทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติ พร้อมโอกาสฝึกงานและเข้าถึงทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย

สมัครเรียน UK University!

ปรึกษาเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยและโรงเรียนประจำในอังกฤษกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในสหราชอาณาจักร

ติดตามเพื่อรับข้อมูลการเรียนต่ออังกฤษก่อนใคร!

สมัครเรียน UK University!

ปรึกษาเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยและโรงเรียนประจำในอังกฤษกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในสหราชอาณาจักร