เรียนต่อคณะ เภสัชศาสตร์ (Pharmacy) และ (Pharmacology) ที่อังกฤษ

เภสัชวิทยา (Pharmacology) และเภสัชศาสตร์ (Pharmacy) เป็นสาขาวิชาสำคัญที่มุ่งเน้นการศึกษาว่ายาออกฤทธิ์อย่างไรและถูกนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างไร คู่มือนี้นำเสนอภาพรวมที่เข้าใจง่ายสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาสาขาเหล่านี้ในสหราชอาณาจักร ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่กำลังวางแผนเข้าศึกษา หรือเป็นนักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่แล้ว คุณจะได้พบกับข้อมูลเชิงปฏิบัติว่าหลักสูตรเหล่านี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ทำไมจึงมีความสำคัญ และวิธีการเตรียมตัวให้ประสบความสำเร็จในการเรียนด้านนี้

Pharmacology and Pharmacy

สารบัญ

เภสัชวิทยา (Pharmacology) และเภสัชศาสตร์ (Pharmacy) คืออะไร?

เภสัชวิทยา (Pharmacology) และเภสัชศาสตร์ (Pharmacy) เป็นสองสาขาที่มีความเชื่อมโยงกันและมีบทบาทสำคัญในระบบสาธารณสุข โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การใช้ยาเป็นไปอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของมนุษย์

เภสัชวิทยา (Pharmacology) เป็นสาขาวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาว่ายาและสารออกฤทธิ์ต่าง ๆ ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับร่างกาย ทั้งในระดับเซลล์และระบบอวัยวะ โดยมุ่งทำความเข้าใจ กลไกการออกฤทธิ์ของยา (mechanisms of action), เภสัชจลนศาสตร์ (pharmacokinetics) การเคลื่อนไหวของยาในร่างกาย, และ เภสัชพลศาสตร์ (pharmacodynamics) วิธีที่ยาส่งผลต่อร่างกาย นักเภสัชวิทยาศึกษาการพัฒนาและการทดสอบยาชนิดใหม่ รวมถึงผลกระทบของยาที่มีอยู่แล้วต่อสุขภาพและโรคต่าง ๆ

เภสัชศาสตร์ (Pharmacy) ในอีกด้านหนึ่ง คือการประยุกต์ใช้ความรู้ทางเภสัชวิทยาในทางปฏิบัติ เภสัชกรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการจัดเตรียม จ่าย และบริหารจัดการยา พวกเขามีบทบาทสำคัญในทีมสาธารณสุข เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ในขนาดที่เหมาะสม พร้อมคำแนะนำที่จำเป็นเพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด งานของเภสัชกรไม่ได้จำกัดเพียงในร้านขายยาและโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงงานวิจัย หน่วยงานกำกับดูแลยา และการบริหารจัดการในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์อีกด้วย

ทำไมถึงต้องเรียน เภสัชศาสตร์?

การศึกษาด้าน เภสัชวิทยา (Pharmacology) และ เภสัชศาสตร์ (Pharmacy) เป็นทางเลือกการเรียนและอาชีพที่น่าสนใจและมีคุณค่า ทั้งในแง่ของการพัฒนาตนเองและการสร้างประโยชน์ต่อสังคม

1. การยกระดับสุขภาพของมนุษย์ (Improving Human Health):
เภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์อยู่ในแนวหน้าของวงการสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญในการค้นพบยาที่ช่วยชีวิตผู้คน และส่งมอบการรักษาที่มีประสิทธิภาพให้กับผู้ป่วยโดยตรง

2. ความหลากหลายของสายอาชีพ (Career Versatility):
ปริญญาด้านเภสัชวิทยาหรือเภสัชศาสตร์เปิดโอกาสสู่อาชีพหลากหลาย ตั้งแต่การทำงานทางคลินิก งานวิจัย งานกำกับดูแลด้านยา ไปจนถึงตำแหน่งในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์

3. การปฏิบัติทางเภสัชศาสตร์ (Pharmacy Practice):
สำหรับผู้ที่เรียนด้านเภสัชกรรมโดยเฉพาะ จะได้มีโอกาสทำงานดูแลผู้ป่วยโดยตรง ซึ่งเภสัชกรสามารถมีส่วนสำคัญในการปรับปรุงผลลัพธ์ทางสุขภาพของแต่ละบุคคลได้อย่างชัดเจน

4. นวัตกรรมและการค้นพบใหม่ (Innovation and Discovery):
สาขาเหล่านี้พัฒนาอย่างต่อเนื่องควบคู่กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และเทคโนโลยี ผู้เรียนจึงมีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการค้นพบและสร้างสรรค์แนวทางการรักษาใหม่ ๆ

5. ความสำคัญในระดับสากล (Global Relevance):
ความรู้และทักษะในสาขานี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทั่วโลก ทำให้ผู้สำเร็จการศึกษามีโอกาสทำงานในระดับนานาชาติ

6. ความท้าทายและความภาคภูมิใจ (Challenges and Rewards):
การแก้ปัญหาทางสาธารณสุขที่ซับซ้อน และการมีส่วนช่วยให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในอาชีพนี้

7. ความเป็นสหวิทยาการ (Interdisciplinary Nature):
ทั้งเภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ผสมผสานความรู้จากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นชีววิทยา เคมี แพทยศาสตร์ และจิตวิทยา เพื่อให้เข้าใจสุขภาพและโรคอย่างรอบด้าน

สรุปคือ การศึกษาด้าน Pharmacology & Pharmacy ไม่ได้เป็นเพียงหนทางสู่การได้ปริญญาเท่านั้น แต่คือการเดินทางสู่หัวใจของระบบสาธารณสุข ที่ซึ่ง “วิทยาศาสตร์ ความเอื้ออาทร และนวัตกรรม” มาบรรจบกันเพื่อสร้างโลกที่สุขภาพดีขึ้น ไม่ว่าความสนใจของคุณจะอยู่ที่งานวิจัย การดูแลผู้ป่วย หรือการพัฒนายาใหม่ สาขานี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้ใช้ความสามารถและความหลงใหลของคุณเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืนต่อมนุษยชาติ

มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดด้าน เภสัชศาสตร์ ที่ UK (2026)

ต่อไปนี้คือรายชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรในสาขานี้ ตามการจัดอันดับของ Complete University Guide (ประจำปี 2026)

คุณสมบัติที่ใช้สมัครเรียนสาขา เภสัชศาสตร์

การเข้าศึกษาในหลักสูตรปริญญาด้าน เภสัชวิทยา (Pharmacology) และ เภสัชศาสตร์ (Pharmacy) โดยทั่วไปจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่ง ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติทางการศึกษาตามที่แต่ละสถาบันกำหนด ซึ่งเกณฑ์อาจแตกต่างกันไป แต่โดยภาพรวมสามารถสรุปได้ดังนี้

วุฒิการศึกษา A-Level:
มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรใช้ผลสอบ A-Level (หรือวุฒิเทียบเท่า) เป็นเกณฑ์หลักในการพิจารณาเข้าศึกษา โดยวิชาที่เกี่ยวข้องอย่าง เคมี (Chemistry) และ ชีววิทยา (Biology) ถือว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะช่วยวางรากฐานความเข้าใจในแนวคิดหลักของสาขาเภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ได้ดี

หลักสูตร International Baccalaureate (IB) หรือเทียบเท่า:
สำหรับนักเรียนต่างชาติหรือผู้ที่เรียนในหลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยมักรับพิจารณาผลสอบ IB หรือวุฒิที่มีความเทียบเท่ากัน โดยคะแนนสูงในวิชาที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการตอบรับมากขึ้น

หลักสูตรเตรียมพื้นฐาน (Access Courses / Foundation Programmes):
ในบางกรณี มหาวิทยาลัยอาจพิจารณาผู้สมัครที่สำเร็จหลักสูตรเตรียมพื้นฐาน ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับสาขาเภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมในวิชาพื้นฐานก่อนเข้าศึกษาระดับปริญญา

ข้อกำหนดรายวิชาเฉพาะ:
นอกจากคุณสมบัติทั่วไปแล้ว มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดรายวิชาที่ต้องเรียนมาโดยเฉพาะ โดยส่วนใหญ่จะเน้นคะแนนในวิชา เคมีและชีววิทยา เนื่องจากมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับเนื้อหาหลักของหลักสูตร

การสอบเพิ่มเติม:
บางมหาวิทยาลัยอาจต้องการให้ผู้สมัครสอบเพิ่มเติม เช่น UK Clinical Aptitude Test (UKCAT) หรือ Biomedical Admissions Test (BMAT) ซึ่งเป็นการทดสอบทักษะและคุณลักษณะที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพด้านสาธารณสุข

ประสบการณ์การทำงาน (Work Experience):
แม้จะไม่ใช่ข้อบังคับเสมอไป แต่การมีประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การฝึกงานในร้านขายยา หรือสถานพยาบาล จะช่วยเสริมความน่าสนใจให้กับใบสมัคร เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการเข้าสู่วงการนี้ และช่วยให้เข้าใจมุมมองเชิงปฏิบัติของงานเภสัชศาสตร์ได้ดียิ่งขึ้น

สายอาชีพสำหรับบัณฑิตสาขา เภสัชศาสตร์

ต่อไปนี้คือแนวทางอาชีพสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาในสาขานี้:

  • เภสัชกร (Pharmacist)
  • นักวิจัยทางคลินิก (Clinical Researcher) ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์ (Pharmaceutical Industry Professional)
  • เภสัชกรโรงพยาบาล (Hospital Pharmacist)
  • นักวิชาการ (อาจารย์ นักวิจัย ศาสตราจารย์) 
  • เจ้าของร้านขายยา (Community Pharmacy Owner)
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านเฝ้าระวังความปลอดภัยของยา (Pharmacovigilance Specialist)
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบทางยา (Regulatory Affairs Specialist)
  • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของยา (Drug Safety Officer)
  • นักวิทยาศาสตร์วิจัย (Research Scientist)
  • เภสัชกรที่ปรึกษา (Consultant Pharmacist)

รายได้ของผู้สำเร็จการศึกษาด้านเภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์

รายได้เฉลี่ยอยู่ที่:

  • ระดับทักษะพื้นฐาน (Low skilled): £21,000

  • ระดับทักษะปานกลาง (Medium-skilled): £23,000

  • ระดับทักษะสูง (High-skilled): £32,000

หัวข้อสำหรับวิทยานิพนธ์สาขา เภสัชศาสตร์

สาขาการวิจัยที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละสาขาเปิดโอกาสให้ได้ศึกษาความซับซ้อนของวิทยาศาสตร์ทางเภสัชกรรม และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการสาธารณสุขและการแพทย์ให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

การค้นพบและพัฒนายาใหม่ๆ (Drug Discovery and Development):
ศึกษากระบวนการค้นคว้าและพัฒนายาใหม่ ตั้งแต่บทบาทของเภสัชวิทยา เคมี จนถึงการทดลองทางคลินิก

เภสัชพันธุศาสตร์ (Pharmacogenomics):
ศึกษาว่าความแตกต่างทางพันธุกรรมมีผลต่อการตอบสนองต่อยาของแต่ละบุคคลอย่างไร และศึกษาศักยภาพของการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalised Medicine)

การดื้อยาต้านจุลชีพ (Antimicrobial Resistance):
ศึกษากลไกการดื้อยาของเชื้อจุลชีพ ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข และแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้

ความปลอดภัยของยาและการเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ (Drug Safety and Pharmacovigilance):
วิเคราะห์ระบบการติดตามและรายงานผลข้างเคียงจากการใช้ยา รวมถึงประเมินประสิทธิผลของโครงการเฝ้าระวังทางเภสัชกรรม

การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ยา (Pharmaceutical Quality Control):
ศึกษาวิธีการและเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ยามีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐาน

เภสัชจลนศาสตร์และการส่งผ่านยาในร่างกาย (Pharmacokinetics and Drug Delivery):
ศึกษาการดูดซึม การกระจายตัว การเผาผลาญ และการขับถ่ายยา (ADME) รวมถึงเทคโนโลยีการส่งผ่านยาแบบใหม่

เภสัชวิทยาในการรักษาโรคเฉพาะทาง (Pharmacology of Specific Diseases):
ศึกษาการใช้ยาในการรักษาโรคเฉพาะทาง เช่น มะเร็ง เบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด

ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและสมุนไพร (Natural Products and Herbal Medicines):
วิจัยคุณสมบัติทางเภสัชวิทยาและการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ของผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและสมุนไพร

จริยธรรมและกฎระเบียบทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical Ethics and Regulations):
ศึกษาประเด็นด้านจริยธรรมในการวิจัยทางเภสัชกรรม และกรอบกฎหมายที่ควบคุมการพัฒนาและการจำหน่ายยา

การปฏิบัติทางเภสัชศาสตร์และผลลัพธ์ของผู้ป่วย (Pharmacy Practice and Patient Outcomes):
วิเคราะห์ผลกระทบของบริการเภสัชกรรมต่อสุขภาพผู้ป่วย การใช้ยาอย่างต่อเนื่อง และคุณภาพของระบบสาธารณสุข

เศรษฐศาสตร์ทางเภสัชกรรม (Pharmacoeconomics):
ศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการใช้ยาและผลกระทบทางการเงินต่อระบบสาธารณสุข

การศึกษาและการฝึกอบรมทางเภสัชศาสตร์ (Pharmacy Education and Training):
ศึกษานวัตกรรมและวิธีการสอนใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนและการฝึกอบรมทางเภสัชศาสตร์

ความผิดพลาดในการใช้ยาและความปลอดภัยของผู้ป่วย (Medication Errors and Patient Safety):
ศึกษาสาเหตุของความผิดพลาดในการใช้ยา และพัฒนาแนวทางเพื่อเพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วยในการปฏิบัติงานเภสัชกรรม

การแพทย์ทางเลือกและการแพทย์เสริม (Alternative and Complementary Medicine):
วิจัยประสิทธิภาพและความปลอดภัยของแนวทางการรักษาทางเลือก เช่น สมุนไพร หรือการฝังเข็ม

การตลาดและการโฆษณาทางเภสัชกรรม (Pharmaceutical Marketing and Advertising):
วิเคราะห์ประเด็นด้านจริยธรรมและกฎระเบียบในการทำการตลาดและการโฆษณาผลิตภัณฑ์ยา

อัตราการสมัครเรียนในหลักสูตรเภสัชศาสตร์ (Pharmacy Degree Enrolment Rate)

ข้อมูลจาก Universities and Colleges Admissions Service (UCAS) แสดงให้เห็นว่าในปี 2023 มีผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรเภสัชศาสตร์ทั้งหมด 32,850 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2022 (25,670 คน) ถึง 28%

ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่าจำนวนผู้สมัคเข้าหลักสูตรเภสัชศาสตร์ตั้งแต่ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 2019 เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 75% จากเดิม 18,730 คน

ค่าใช้จ่ายสำหรับการเรียนที่ UK

สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ควรพิจารณาคือค่าใช้จ่ายในการเรียนปริญญาตรี นี่คือแนวทางทั่วไปสำหรับปีการศึกษา 2025/2026:

  • สำหรับนักเรียนในประเทศอังกฤษ มหาวิทยาลัยค่าเทอมเรียนสูงสุดถึง £9,250 ต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรี
  • ในเวลส์ สถาบันต่าง ๆ ค่าเทอมสูงสุดถึง £9,000 สำหรับนักเรียนภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักเรียนเวลส์สามารถสมัครขอทุนค่าเล่าเรียนบางส่วน ซึ่งไม่ต้องคืนทุนและไม่ขึ้นกับรายได้
  • มหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์เหนือ ค่าเทอมสูงสุด £4,275 สำหรับนักเรียนภายในประเทศ และอาจเรียกเก็บสูงสุด £9,250 สำหรับนักเรียนจากส่วนอื่น ๆ ของสหราชอาณาจักร
  • สกอตแลนด์ไม่เก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนภายในประเทศในระดับปริญญาตรี แต่สำหรับนักเรียนจากอังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ จะต้องจ่ายสูงสุด £9,250 ต่อปี
  • นักเรียนต่างชาติจากนอกสหราชอาณาจักรจะจ่ายมากกว่านี้มาก
    นักเรียนต่างชาติคาดว่าจะจ่ายระหว่าง £10,000 – £26,000 ต่อปีสำหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่เน้นการบรรยายทั่วไป ปริญญาทางการแพทย์สำหรับนักเรียนต่างชาติอาจสูงถึง £58,600 ต่อปี สำหรับหลักสูตรบัณฑิตศึกษา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ £17,109 ต่อปี
  • นอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ควรพิจารณา เช่น ค่าอาหาร ที่พัก ค่าบริการโทรศัพท์ หนังสือ ชีวิตสังคม ค่าสมาชิก และอื่น ๆ สามารถลองใช้เครื่องมือคำนวณงบประมาณนักเรียนฟรีของเราดูเพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม free student budget calculator 

รายวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากสนใจเรียนเภสั้ช อาจต้องพิจารณาสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้:

ชีวเคมี (Biochemistry):
ชีวเคมีมอบพื้นฐานที่แข็งแกร่งเกี่ยวกับกระบวนการระดับโมเลกุลที่เป็นรากฐานของเภสัชวิทยาและการพัฒนายา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยให้เข้าใจกลไกและปฏิกิริยาของยาในระดับโมเลกุล

จุลชีววิทยา (Microbiology):
จุลชีววิทยามีความสำคัญต่อความเข้าใจบทบาทของจุลินทรีย์ในการพัฒนายา โรคติดเชื้อ และการรักษาด้วยยาต้านจุลชีพ

เคมี (Chemistry):
พื้นฐานทางเคมีที่แข็งแกร่งมีความจำเป็นต่อการทำความเข้าใจคุณสมบัติทางเคมีของยา การสังเคราะห์ และการปรุงรูปยาต่าง ๆ

ชีววิทยา (Biology):
วิชาชีววิทยาช่วยให้เข้าใจสิ่งมีชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าใจปฏิกิริยาของยาภายในร่างกายมนุษย์

การจัดการด้านสุขภาพหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Healthcare Management or Health Sciences):
สาขาเหล่านี้ช่วยให้มุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับระบบสาธารณสุข นโยบายด้านสุขภาพ และการบริหารจัดการบริการเภสัชกรรมและสถานพยาบาล

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สาขาเภสัชศาสตร์ (Pharmacy)

เภสัชวิทยา (Pharmacology) เป็นสาขาหนึ่งของการแพทย์และชีววิทยา มุ่งเน้นการศึกษาผลของยา (ซึ่งยาอาจหมายถึงสารใด ๆ ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น สารจากธรรมชาติ หรือสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกาย)

เภสัชศาสตร์ (Pharmacy) คือศาสตร์และเทคนิคในการเตรียมและจ่ายยา ซึ่งผลิตโดยนักเภสัชวิทยา สาขานี้เชื่อมโยงสุขภาพกับวิทยาศาสตร์เคมี เพื่อให้มั่นใจว่าการใช้ยาจะปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

โมดูลที่พบได้ทั่วไปในสาขานี้ ได้แก่:

  • ชีววิทยาระดับเซลล์และโมเลกุล (Cellular and Molecular Biology)
  • เคมีสำหรับเภสัชกร (Chemistry for Pharmacists)
  • การพัฒนายาทางคลินิก (Clinical Drug Development)
  • เภสัชวิทยาเชิงทดลอง (Experimental Pharmacology)
  • สุขภาพ โรค และการรักษา (Health, Disease and Therapeutics)
  • สารพิษ สารก่อพิษ และความเป็นพิษ (Toxins, Toxicants and Toxicity)
  • ธุรกิจและกิจการเภสัชกรรม (Business and Pharmaceutical Enterprise)

ตามการจัดอันดับของ Complete University Guide 2025 ได้แก่: University of Cambridge, Queen’s University Belfast, และ University of Strathclyde

ปริญญา เภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ เปิดโอกาสสู่อาชีพที่หลากหลาย เนื่องจากความต้องการงานวิจัยทางการแพทย์เกี่ยวกับยาและการรักษาเพิ่มสูงขึ้น อาชีพที่ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขานี้สามารถทำได้ ได้แก่:

  • เภสัชกร (Pharmacist)
  • นักเภสัชวิทยา (Pharmacologist)
  • นักวิจัยทางคลินิก (Clinical Researcher)
  • ที่ปรึกษาด้านการค้นพบยา (Drug Discovery Consultant)
  • อาจารย์มหาวิทยาลัย (Lecturer)
  • ตัวแทนขายทางการแพทย์ (Medical Sales Representative)
  • นักเผยแพร่วิทยาศาสตร์ (Science Publisher)
  • นักพิษวิทยา (Toxicologist)

ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขา เภสัชวิทยาและเภสัชศาสตร์ สามารถคาดหวังรายได้เริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ £19,000-£30,000

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยใน UK ได้แล้ววันนี้

ปรึกษาเรื่องแผนการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อใน UK ได้ที่นี่ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

Subscribe For Our FREE Insider UK Study Advice

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยใน UK ได้แล้ววันนี้

ปรึกษาเรื่องแผนการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อใน UK ได้ที่นี่ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย