เรียนต่อ UK: ทำความรู้จักผู้ตรวจสอบปริมาณ (Quantity Surveying) ต้องเรียนคณะไหน
หลักสูตรวิศวกรรมประมาณราคา (Quantity Surveying) โดยทั่วไปหมายถึงโปรแกรมการศึกษาในสาขาการก่อสร้างหรือวิศวกรรมโยธา หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงานในหลากหลายด้านของอุตสาหกรรมก่อสร้าง บทความนี้จะอธิบายสิ่งที่นักศึกษาควรรู้เกี่ยวกับการเรียนในสาขาการสำรวจปริมาณและการจัดการงานก่อสร้าง (Construction Management)
สารบัญ
ทำความรู้จักหลักสูตร Quantity Surveying
สาขาวิชาวิศวกรรมประมาณราคา (Quantity Surveying) มักเกี่ยวข้องกับการจัดการงานก่อสร้าง (Construction Management) และการสำรวจปริมาณวัสดุ ทั้งสองสาขานี้เป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการและการประเมินต้นทุนในมุมมองที่แตกต่างกัน
สาขาการจัดการงานก่อสร้างเน้นการวางแผน ประสานงาน และควบคุมดูแลโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ ผู้จัดการงานก่อสร้างมีหน้าที่ให้โครงการดำเนินไปตามแผน เสร็จตามกำหนดเวลา อยู่ในงบประมาณ และได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
ขณะเดียวกัน สาขาวิชาวิศวกรรมประมาณราคา (QS) มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนโครงการ นักประมาณราคามีหน้าที่ประเมินและติดตามค่าใช้จ่าย ควบคุมสัญญา และดูแลให้การใช้จ่ายเกิดความคุ้มค่าในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง
ทำไมถึงควรเรียนด้าน Building Degree?
โอกาสในการทำงาน: อุตสาหกรรมก่อสร้างเปิดกว้างสำหรับงานหลายประเภท ตั้งแต่ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง นักประมาณราคา สถาปนิก วิศวกร ไปจนถึงช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นและโครงสร้างพื้นฐานเริ่มเสื่อมสภาพ ความต้องการบุคลากรที่สามารถวางแผน ออกแบบ บริหาร และก่อสร้างอาคารจึงยังคงมีอยู่เสมอ
ความมั่นคงในอาชีพ: งานด้านก่อสร้างมักได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าสายอาชีพบางประเภท เพราะความต้องการในการสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานมีอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นอาชีพที่ค่อนข้างมั่นคง
ความคิดสร้างสรรค์: งานก่อสร้าง โดยเฉพาะด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ตัวอย่างเช่น สถาปนิกสามารถออกแบบอาคารที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสร้างคุณค่าให้กับสังคม: การทำงานในสายก่อสร้างมักเกี่ยวข้องกับโครงการที่ส่งผลโดยตรงต่อชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ทุกคนจะได้ความภูมิใจจากการรู้ว่างานที่ทำช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคม
มหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นหลักสูตร Quantity Surveying ใน UK
การจัดอันดับมหาวิทยาลัยใน UK จัดอันดับโดย Complete University Guide:
| University ranking | University |
|---|---|
| 1 | Loughborough University |
| 2 | University of Reading |
| 3 | University of Nottingham |
| 4 | Ulster University |
| 5 | Aston University, Birmingham |
| 6 | Bristol, UWE |
| 7 | Heriot-Watt University |
| 8 | Nottingham Trent University |
| 9 | Oxford Brookes University |
| 10 | Liverpool John Moores University |
เกณฑ์การรับสมัครนักศึกษาสาขา Building Degree
- คุณสมบัติทางการศึกษา:
- วุฒิระดับมัธยมศึกษา (A-Levels, Scottish Highers หรือเทียบเท่า): มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรจะกำหนดให้ผู้สมัครต้องมีวุฒิการศึกษาระดับมัธยมในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ การออกแบบและเทคโนโลยี หรือการก่อสร้าง
- วิชาที่ต้องการ:
- บางหลักสูตรอาจมีการกำหนดวิชาเฉพาะ ตัวอย่างเช่น หลักสูตรการบริหารงานก่อสร้างอาจต้องการวุฒิ A-Level หรือเทียบเท่าในวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์
- สำหรับหลักสูตรด้านสถาปัตยกรรม ผู้สมัครควรมีพื้นฐานแข็งแรงในวิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และศิลปะหรือการออกแบบ
- การทดสอบความถนัด: มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจกำหนดให้ผู้สมัครสอบวัดความถนัด เช่น UK Clinical Aptitude Test (UKCAT) หรือ BioMedical Admissions Test (BMAT) สำหรับบางหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง
- ความสามารถทางภาษาอังกฤษ: หากทุกคนเป็นนักศึกษาต่างชาติ หรือภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาหลัก อาจต้องยื่นผลสอบวัดระดับภาษา เช่น IELTS หรือ TOEFL เพื่อแสดงความสามารถทางภาษาอังกฤษ
- แฟ้มสะสมผลงาน (สำหรับหลักสูตรสถาปัตยกรรม): หากสมัครเรียนในหลักสูตรสถาปัตยกรรม มักต้องส่งแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่อแสดงความสามารถด้านการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์
โอกาสในการทำงานหลังเรียนจบ
เส้นทางอาชีพที่ทุกคนสามารถเลือกได้หลังจบการศึกษาด้านนี้ มีดังนี้:
- ผู้จัดการโครงการก่อสร้าง (Construction Manager): รับผิดชอบดูแลโครงการก่อสร้างตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนจนถึงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ดูแลการจัดสรรทรัพยากร กำหนดตารางงาน งบประมาณ และทีมงาน เพื่อให้โครงการดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและเสร็จตามกำหนดเวลา
- นักประมาณราคาค่าก่อสร้าง (Quantity Surveyor): ดูแลด้านการประเมินราคา การจัดทำงบประมาณ และการบริหารต้นทุนของโครงการก่อสร้าง จัดทำเอกสารแสดงปริมาณงาน (Bill of Quantities) เจรจาสัญญา และควบคุมค่าใช้จ่ายของโครงการให้เป็นไปตามงบ
- สถาปนิก (Architect): ออกแบบอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยคำนึงถึงทั้งด้านการใช้งานและความสวยงาม ทำงานร่วมกับลูกค้าและทีมก่อสร้างในโครงการประเภทที่พักอาศัย พาณิชยกรรม และอาคารสาธารณะ
- วิศวกรโยธา (Civil Engineer): วางแผน ออกแบบ และควบคุมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและข้อกำหนดทางวิศวกรรม
- วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer): มุ่งเน้นการออกแบบโครงสร้างของอาคารให้มั่นคงและปลอดภัย ทำงานร่วมกับสถาปนิกและทีมก่อสร้างเพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างสามารถรองรับการใช้งานได้จริง
บัณฑิตสาขาก่อสร้างทำงานด้านใดบ้าง?
บัณฑิตส่วนใหญ่จากสาขาวิศวกรรมประมาณราคา (Quantity Surveying) มากถึง 84% ของผู้สำเร็จการศึกษาที่ได้งานทำในสหราชอาณาจักร มักทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง เช่น สถาปนิก, นักเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม (Chartered Architectural Technologist), เจ้าหน้าที่วางแผน (Planning Officer), นักสำรวจ (Surveyor) และ ผู้เชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง ภายในระยะเวลา 15 เดือนหลังจากจบการศึกษา
นอกจากนี้ ยังมีบัณฑิตอีกจำนวนไม่น้อยที่ทำงานในตำแหน่งด้าน ธุรกิจ การบริหาร การวิจัย และการจัดการ เช่น ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ (Functional Manager), ผู้อำนวยการฝ่ายผลิต (Production Director) และ ผู้บริหารระดับกลางในภาคธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของเส้นทางอาชีพที่บัณฑิตสาขานี้สามารถเลือกได้
รายได้ของบัณฑิตสาขาก่อสร้าง
มาดูกันว่ารายได้เฉลี่ยของบัณฑิตในสายอาชีพนี้อยู่ที่เท่าไหร่บ้าง:
- ระดับทักษะพื้นฐาน (Low-skilled): ประมาณ £20,000 ต่อปี
- ระดับทักษะปานกลาง (Medium-skilled): ประมาณ £24,000 ต่อปี
- ระดับทักษะสูง (High-skilled): ประมาณ £27,500 ต่อปี
ระดับรายได้อาจแตกต่างกันไปตามตำแหน่งงาน ประสบการณ์ และสถานที่ทำงาน แต่โดยรวมแล้วอุตสาหกรรมก่อสร้างยังคงเป็นหนึ่งในสาขาที่มีความต้องการบุคลากรสูงและมีโอกาสเติบโตทางอาชีพที่มั่นคง
หัวข้อวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจสำหรับสาขาก่อสร้าง (Building Dissertation Topics)
หัวข้อวิจัยที่หลากหลายซึ่งทุกคนสามารถเลือกศึกษาได้ เพื่อทำความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับโลกของการก่อสร้าง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน:
- แนวทางการก่อสร้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Building Practices): ศึกษาวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างแบบยั่งยืนที่ทันสมัย รวมถึงการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจต่อโครงการก่อสร้าง
- ระบบการรับรองอาคารเขียว (Green Building Certification Systems): วิเคราะห์ประสิทธิภาพและการนำระบบรับรองอาคารเขียว เช่น LEED, BREEAM หรือ Green Star มาใช้ในภูมิภาคต่าง ๆ
- การออกแบบอาคารเพื่อประหยัดพลังงาน (Energy-Efficient Building Design): สำรวจแนวทางการออกแบบและปรับปรุงอาคารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยคาร์บอน และให้สอดคล้องกับมาตรฐานการใช้พลังงานที่กำหนด
- วัสดุก่อสร้างนวัตกรรมใหม่ (Innovative Construction Materials): ศึกษาการพัฒนาและการใช้งานวัสดุก่อสร้างรุ่นใหม่ เช่น คอนกรีตซ่อมตัวเอง (Self-healing concrete), แอร์โรเจล (Aerogels) หรือวัสดุผสมขั้นสูง (Advanced composites)
- ระบบสารสนเทศอาคาร (Building Information Modelling – BIM): ประเมินประโยชน์และความท้าทายของการนำ BIM มาใช้ในโครงการก่อสร้าง โดยเน้นที่การทำงานร่วมกันและการบริหารโครงการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อสหราชอาณาจักร
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทุกคนควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเรียนต่อคือ “ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร” ด้านล่างนี้คือแนวทางโดยทั่วไปสำหรับปีการศึกษา 2024/2025:
- นักศึกษาในอังกฤษ (England): มหาวิทยาลัยสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนได้สูงสุดถึง £9,250 ต่อปี สำหรับระดับปริญญาตรี
- นักศึกษาในเวลส์ (Wales): สถาบันสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนได้สูงสุด £9,000 ต่อปี อย่างไรก็ตาม นักศึกษาเวลส์สามารถสมัครทุนสนับสนุนค่าเล่าเรียนบางส่วนได้ โดยทุนนี้ไม่ต้องชำระคืนและไม่ขึ้นอยู่กับรายได้
- นักศึกษาในไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland): มหาวิทยาลัยจะเรียกเก็บสูงสุดประมาณ £4,275 สำหรับนักศึกษาในประเทศ และอาจเรียกเก็บได้ถึง £9,250 สำหรับนักศึกษาจากส่วนอื่นของสหราชอาณาจักร
- สกอตแลนด์ (Scotland): ไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาภายในประเทศในระดับปริญญาตรี แต่สำหรับนักศึกษาจากอังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือ จะต้องชำระสูงสุดถึง £9,250 ต่อปี ส่วน **นักศึกษาต่างชาติ** จะมีค่าเล่าเรียนสูงกว่านี้มาก
- นักศึกษาต่างชาติ (International Students): โดยทั่วไป ค่าเล่าเรียนจะอยู่ระหว่าง £10,000 – £26,000 ต่อปี สำหรับหลักสูตรปริญญาตรีที่เน้นการบรรยาย ส่วนหลักสูตรแพทย์อาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง £58,600 ต่อปี ขณะที่ระดับปริญญาโทมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ £17,109 ต่อปี
สาขาอื่นที่น่าสนใจสำหรับการพิจารณา
เนื่องจากทุกคนสนใจในสาขาการก่อสร้างหรือสิ่งแวดล้อม อาจพิจารณาสาขาอื่น ๆ เหล่านี้เพิ่มเติมได้:
- วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Science): หัวข้อวิจัยอาจรวมถึง การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การอนุรักษ์ธรรมชาติ, ความหลากหลายทางชีวภาพ, พลังงานหมุนเวียน หรือการวิเคราะห์นโยบายสิ่งแวดล้อม
- การวางผังเมือง (Urban Planning): ศึกษาแนวโน้มการขยายตัวของเมือง การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน การวางแผนระบบขนส่ง หรือเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ (Smart City)
- สถาปัตยกรรม (Architecture): มุ่งเน้นประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ทฤษฎี หลักการออกแบบ หรือความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับวัฒนธรรม
- วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering): ศึกษาด้านวิศวกรรมโยธา เช่น ระบบการขนส่ง, วิศวกรรมธรณีเทคนิค, หรือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
- การศึกษาเกี่ยวกับพลังงาน (Energy Studies): สำรวจประสิทธิภาพการใช้พลังงาน แหล่งพลังงานหมุนเวียน นโยบายพลังงาน หรือการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำ
คำถามที่พบบ่อย
สาขาก่อสร้างจะครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการงานก่อสร้างและการประมาณราคา (Quantity Surveying) นักศึกษาจะได้เรียนเรื่องเทคโนโลยีการก่อสร้าง (Building Technology) วิศวกรรมงานก่อสร้างในหน้างาน (Construction Site Engineering) การจัดซื้อจัดจ้างงานก่อสร้าง (Construction Procurement) การวัดและสำรวจหน้างาน (Measurement and Site Surveying) รวมถึงวิชาที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
มหาวิทยาลัยชั้นนำสำหรับสาขาก่อสร้างในสหราชอาณาจักร ได้แก่ Loughborough University, University of Nottingham และ University of Reading โดยอ้างอิงจาก Complete University Guide ประจำปี 2025
คุณสมบัติการเข้าศึกษาสาขาก่อสร้างในสหราชอาณาจักรมักประกอบด้วย:
วุฒิการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เช่น A-levels หรือคุณวุฒิเทียบเท่า
การทดสอบความถนัด (Aptitude Tests)
การทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL
สำหรับบางหลักสูตร เช่น สถาปัตยกรรม อาจต้องส่ง แฟ้มผลงาน (Portfolio) แสดงผลงานด้านการออกแบบหรือความคิดสร้างสรรค์
สมัครเรียน UK University!
ปรึกษาเรื่องการเรียนต่อในสหราชอาณาจักรหรือวางแผนการเรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาในสหราชอาณาจักร ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย
