เรียนหลักสูตรสถาปัตยกรรม (Architecture) ที่สหราชอาณาจักร

หลักสูตรสถาปัตยกรรม (Architecture) เป็นหลักสูตรการศึกษาในหลายระดับปริญญา อาทิ ปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก หลักสูตรนี้มุ่งเน้นพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพสถาปนิกและอาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรม เทคโนโลยีการก่อสร้างและการสร้างความยั่งยืนทางด้านสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับหลักสูตร มหาวิทยาลัยชั้นนำด้านสถาปัตยกรรมรวมถึงเส้นทางของสายอาชีพนี้ เพื่อช่วยทุกคนให้วางแผนในการเรียนอย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

เรียนหลักสูตรสถาปัตยกรรม (Architecture) ที่สหราชอาณาจักร

สารบัญ

หลักสูตรสถาปัตยกรรม

ปริญญาด้านสถาปัตยกรรมเป็นหลักสูตรเตรียมให้นักศึกษาออกแบบและก่อสร้างอาคารและโครงสร้างประเภทอื่น ๆ ได้ สถาปัตยกรรมเป็นสาขาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องอาศัยความรู้ในด้านคณิตศาสตร์ วิศวกรรม และฟิสิกส์ด้วย

โดยทั่วไปแล้ว หลักสูตรสถาปัตยกรรมจะใช้เวลาศึกษาประมาณห้าปี และประกอบด้วยการเรียนในสตูดิโอ การเรียนภาคบรรยาย รวมถึงการฝึกงาน ในชั้นเรียนสตูดิโอ นักศึกษาจะได้เรียนรู้การออกแบบอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ ส่วนในชั้นเรียนบรรยายจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ปรัชญาทางสถาปัตยกรรม วัสดุที่ใช้ในงานก่อสร้าง และการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม และการฝึกงานจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติงานจริงในองค์กรต่างๆ

หลังเรียนจบนักเรียนจำเป็นต้องสอบใบประกอบวิชาชีพสถาปนิก เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วจึงจะสามารถออกแบบและเซ็นรับรองแบบก่อสร้างสำหรับอาคารและโครงสร้างประเภทต่าง ๆ ได้ รายวิชาหลักที่มักรวมอยู่ในหลักสูตรปริญญาสถาปัตยกรรม ได้แก่:

การออกแบบสถาปัตยกรรม: ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้หลักการออกแบบ เช่น การสร้างพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงและมีความสวยงามทางสุนทรียภาพ

ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม: ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงยุคปัจจุบัน

ทฤษฎีสถาปัตยกรรม: ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทฤษฎีต่าง ๆ ของสถาปัตยกรรม

วัสดุและการก่อสร้าง: ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมและวิธีการก่อสร้าง

การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม: ในรายวิชานี้ นักศึกษาจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมของอาคารและโครงสร้างอื่น ๆ รวมทั้งวิธีออกแบบอาคารให้ประหยัดพลังงานและยั่งยืน

นอกเหนือจากรายวิชาหลักเหล่านี้แล้ว นักศึกษาสถาปัตยกรรมยังมักได้เลือกเรียนวิชาเลือกในสาขาต่าง ๆ เช่น การวางผังเมือง สถาปัตยกรรมภูมิทัศน์ และการออกแบบภายใน

ทำไมถึงต้องเรียนหลักสูตรนี้

เสริมสร้างทักษะด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมเป็นสาขาที่ผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับการแก้ปัญหา นักศึกษาจะมีโอกาสออกแบบและสร้างสรรค์พื้นที่และอาคารที่ทั้งตอบโจทย์การใช้งานและงดงามในเชิงศิลป์ในพื้นที่และอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่พร้อมให้นักเรียนได้แสดงผลงานได้อย่างเต็มที่

สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก:

สถาปัตยกรรมสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านอาคารให้กับประเทศหรือระดับโลกได้ สถาปนิกสามารถออกแบบอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน รวมถึงสามารถออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดผลกระทบต่อโลกของเราได้ ด้วยการออกแบบและวางแผนการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สาขาที่มีความท้าทาย

สถาปนิกเป็นอาชีพที่ทั้งท้าทายและให้ความภาคภูมิใจ เพราะมีโอกาสทำงานในโปรเจกต์ที่หลากหลาย ตั้งแต่บ้านหลังเล็กไปจนถึงตึกระฟ้าขนาดใหญ่ และสามารถทำงานในหลายสภาพแวดล้อม เช่น บริษัทออกแบบ หน่วยงานรัฐบาล หรือองค์กรไม่แสวงหากำไร

นอกเหนือจากเหตุผลกว้าง ๆ เหล่านี้ ยังมีเหตุผลเฉพาะตัวอื่น ๆ ที่ทำให้บางคนสนใจศึกษาสถาปัตยกรรม ตัวอย่างเช่น บางคนอาจสนใจสถาปัตยกรรมเพราะหลงใหลในประวัติศาสตร์ การออกแบบ หรือความยั่งยืน ในขณะที่บางคนอาจสนใจเพราะต้องการทำงานกับโครงการประเภทเฉพาะ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือพิพิธภัณฑ์

มหาวิทยาลัยชั้นนำสาขาสถาปัตยกรรมใน UK

รายชื่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรในสาขานี้ ตามการจัดอันดับล่าสุดของ Complete University Guide (ปี 2026):

เกณฑ์การรับสมัครนักศึกษา

เกณฑ์การรับสมัคร เรียนปริญญา ด้านสถาปัตยกรรมในสหราชอาณาจักรนั้นอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย นักเรียนควรมีผลสอบ A-level อย่างน้อยสองวิชา โดยหนึ่งในนั้นต้องเป็นวิชาคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ บางมหาวิทยาลัยอาจต้องการวิชา A-level ด้านศิลปะหรือการออกแบบเพิ่มเติมด้วย

นอกจากผลสอบ A-level แล้ว นักเรียนต้องส่ง Portfolio ผลงานด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งประกอบด้วยตัวอย่างผลงาน เพื่อดูทักษะการวาด การสเก็ตช์ และการออกแบบของนักเรียน

บางมหาวิทยาลัยมีการสัมภาษณ์เพื่อรับเข้าศึกษา การสัมภาษณ์ถือเป็นโอกาสที่มหาวิทยาลัยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแรงบันดาลใจในการสมัครเข้าเรียนหลักสูตรสถาปัตยกรรมของนักเรียน รวมถึงแผนการอาชีพในอนาคต

คำแนะนำสำหรับการเตรียมใบสมัครเข้าศึกษาด้านสถาปัตยกรรม:

  • ควรเริ่มเตรียม Portfolio ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะ Portfolio เป็นส่วนสำคัญมากของใบสมัคร นักเรียนควรเลือกผลงานที่ดีที่สุดและนำเสนออย่างเป็นระบบ
  • ขอรับคำแนะนำหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับ Portfolio จากอาจารย์ นักออกแบบ หรือสถาปนิก
  • ฝึกทักษะการสัมภาษณ์ เพราะการสัมภาษณ์คือโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจต่อคณะกรรมการพิจารณารับเข้าเรียน

อาชีพสายสถาปัตยกรรม

Architect (สถาปนิก):
สถาปนิกทำหน้าที่ออกแบบอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ โดยทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจความต้องการ และออกแบบโครงสร้างให้ตอบโจทย์เหล่านั้น นอกจากนี้ สถาปนิกยังดูแลการก่อสร้างเพื่อให้มั่นใจว่าการสร้างเป็นไปตามแบบและข้อกำหนดที่กำหนดไว้ด้วย

Architectural Technologist (นักเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม):
นักเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมทำงานร่วมกับสถาปนิกในการพัฒนาและนำแผนการออกแบบไปใช้จริง โดยใช้ความรู้เกี่ยวกับวัสดุและเทคนิคการก่อสร้างในการจัดทำแบบและข้อกำหนดที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร

Landscape Architect (สถาปนิกภูมิสถาปัตย์):
สถาปนิกภูมิสถาปัตย์ออกแบบพื้นที่กลางแจ้ง เช่น สวนสาธารณะ สวนตกแต่ง และลานกิจกรรม ทำงานร่วมกับลูกค้าเพื่อเข้าใจความต้องการ และออกแบบพื้นที่ให้ใช้งานได้จริงและมีความงามกลมกลืนกับพื้นที่รอบๆ

Urban Planner (นักผังเมือง):
นักผังเมืองทำงานเพื่อสร้างและดูแลเมืองให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน พวกเขาทำงานร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลากหลายกลุ่ม รวมถึงหน่วยงานรัฐ ชุมชน และภาคธุรกิจ เพื่อวางแผนทิศทางการพัฒนาและการเติบโตของเมืองในอนาคต

Building Inspector (เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคาร):
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารทำหน้าที่ตรวจสอบอาคารและโครงสร้างต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังตรวจสอบและสืบสวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับอาคารหรือโครงสร้างที่ไม่ปลอดภัยอีกด้วย

เงินเดือนในสายงานสถาปัตยกรรมในไทย

ระดับเงินเดือนในสายงานสถาปัตยกรรมในประเทศไทยจะแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ ตำแหน่งงาน และประเภทขององค์กร โดยทั่วไปแล้ว

  • สถาปนิกจบใหม่ มักมีรายได้เริ่มต้นประมาณ 15,000 – 22,000 บาทต่อเดือน

  • สถาปนิกที่มีประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป อาจมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 35,000 – 45,000 บาทต่อเดือน

  • สถาปนิกระดับอาวุโสหรือผู้บริหาร เช่น Senior Architect หรือ Director อาจมีรายได้ตั้งแต่ 60,000 บาทขึ้นไป และสามารถสูงกว่านี้ได้ตามความเชี่ยวชาญและขนาดโปรเจกต์

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่อาจส่งผลต่อระดับเงินเดือน เช่น:

  • ขนาดและประเภทของบริษัท (บริษัทท้องถิ่นหรือบริษัทต่างชาติ)

  • ทำงานในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่น

  • สาขางานเฉพาะทาง เช่น สถาปัตยกรรมภายใน (Interior), ภูมิสถาปัตยกรรม (Landscape), หรือสายออกแบบเชิงอนาคต/ยั่งยืน (Sustainable/Green Design)

หัวข้อในการทำงานวิจัย

ในสายงานสถาปัตยกรรม มีหัวข้องานวิจัยที่หลากหลายให้ศึกษา โดยแต่ละหัวข้อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมอย่างลึกซึ้ง และสามารถมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาวงการในอนาคตได้ ตัวอย่างหัวข้อที่สามารถเลือกศึกษา มีดังนี้:

  • ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีต่อการออกแบบสถาปัตยกรรม

  • การเลือกใช้วัสดุที่ยั่งยืนในงานก่อสร้างและการออกแบบ

  • บทบาทของสถาปัตยกรรมต่อประเด็นความยุติธรรมทางสังคม

  • ผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีต่อแนวคิดและวิธีการออกแบบสถาปัตยกรรม

  • แนวโน้มและทิศทางในอนาคตของวงการสถาปัตยกรรม

  • การศึกษาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมในภูมิภาคหรือวัฒนธรรมเฉพาะ

  • การวิเคราะห์ผลงานของสถาปนิกหรือบริษัทสถาปนิกเฉพาะราย

  • การออกแบบอาคารประเภทเฉพาะ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือพิพิธภัณฑ์

  • การใช้สถาปัตยกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน

  • บทบาทของสถาปัตยกรรมในงานฟื้นฟูพื้นที่และชุมชนหลังภัยพิบัติ

ค่าเทอมในการเรียนสถาปัตยกรรมที่สหราชอาณาจักร

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ควรพิจารณาคือค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อ โดยสำหรับปีการศึกษา 2025/2026 สามารถสรุปได้ดังนี้:

  • สำหรับ นักเรียนในอังกฤษ (Home Students) มหาวิทยาลัยสามารถเรียกเก็บค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรีได้สูงสุด £9,250 ต่อปี

  • ใน เวลส์ สถาบันอุดมศึกษาสามารถเรียกเก็บค่าเรียนได้สูงสุด £9,000 ต่อปี อย่างไรก็ตาม นักศึกษาชาวเวลส์สามารถยื่นขอ ทุนสนับสนุนค่าเล่าเรียน (Fee Grant) เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งทุนนี้ ไม่ต้องชำระคืน และ ไม่พิจารณาจากรายได้ของครอบครัว

  • มหาวิทยาลัยใน ไอร์แลนด์เหนือ เรียกเก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักศึกษาท้องถิ่นสูงสุด £4,275 ต่อปี และอาจเรียกเก็บได้สูงสุด £9,250 สำหรับนักศึกษาจากส่วนอื่นของสหราชอาณาจักร

  • ใน สกอตแลนด์ นักศึกษาท้องถิ่นจะได้รับการยกเว้นค่าเล่าเรียนระดับปริญญาตรี อย่างไรก็ตาม นักศึกษาจากอังกฤษ เวลส์ หรือไอร์แลนด์เหนือจะต้องชำระค่าเรียนสูงสุด £9,250 ต่อปี ขณะที่นักศึกษาต่างชาติจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่านั้นมาก

สำหรับ นักศึกษาต่างชาติ (International Students):

  • ค่าเล่าเรียนปริญญาตรีสำหรับหลักสูตรที่เน้นการบรรยายทั่วไปอาจอยู่ที่ประมาณ £10,000 – £26,000 ต่อปี

  • ส่วนระดับปริญญาโท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ £17,109 ต่อปี

นอกจากค่าเล่าเรียนแล้ว ยังควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น:

  • ค่าอาหาร

  • ค่าที่พัก

  • ค่าโทรศัพท์

  • ค่าเดินทาง

  • ค่าหนังสือและอุปกรณ์

  • ค่าใช้จ่ายด้านสังคมและกิจกรรมต่าง ๆ

แนะนำให้ลองใช้ เครื่องคำนวณงบประมาณนักเรียน (Student Budget Calculator) เพื่อช่วยประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนอย่างครอบคลุม

สาขาวิชาอื่นๆที่น่าสนใจ

ศิลปะและการออกแบบ (Art and Design)
สาขานี้ครอบคลุมหลากหลายแขนง เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม การออกแบบกราฟิก และแฟชั่นดีไซน์ นักศึกษาจะได้ใช้ทั้งความคิดสร้างสรรค์และทักษะทางเทคนิคเพื่อสร้างผลงานศิลปะและการออกแบบที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง

วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering)
วิศวกรทำหน้าที่ออกแบบและสร้างเครื่องจักร โครงสร้าง และระบบต่าง ๆ โดยใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน สาขาวิศวกรรมมีความหลากหลาย เช่น วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมไฟฟ้า เป็นต้น

สังคมศาสตร์ (Social Sciences)
นักศึกษาสังคมศาสตร์จะศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์และสังคม ทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อบุคคล กลุ่มคน และระบบสังคมต่าง ๆ สาขานี้รวมสาขาย่อย เช่น มานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และจิตวิทยา

การศึกษา (Education)
สาขาการศึกษามุ่งเน้นการเรียนรู้หลักการและวิธีการสอน นักศึกษาจะพัฒนาทักษะและความรู้ที่จำเป็นในการทำงานในแวดวงการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐ โรงเรียนเอกชน หรือสถาบันระดับอุดมศึกษา

บทส่งท้าย

สถาปัตยกรรมไม่เพียงเป็นศาสตร์แห่งการออกแบบอาคาร แต่คือการสร้างพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิต และเป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและสังคมให้ดีขึ้น การตัดสินใจศึกษาสถาปัตยกรรมจึงเป็นการเลือกเดินบนเส้นทางที่ผสมผสานทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความท้าทายที่เติบโตไปพร้อมกับประสบการณ์จริง

หากนักเรียนพบว่าตนเองมีความสนใจในสาขานี้ ขั้นตอนต่อไปที่ควรเริ่มพิจารณา ได้แก่

  • สำรวจจุดสนใจของตนเองให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ การออกแบบ เทคโนโลยี หรือการพัฒนาเมือง

  • เริ่มต้นสร้างและพัฒนาผลงาน (Portfolio) ผ่านการวาด สเก็ตช์ ถ่ายภาพ หรือทำโมเดลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว

  • ค้นคว้าข้อมูลสถาบัน การรับสมัคร และค่าใช้จ่าย เพื่อวางแผนอย่างมีระบบ

  • และที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้ตัวเองทดลองลงมือทำจริง แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม

    การเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องมีความพร้อมทุกอย่างในทันที การที่นักเรียนได้ทำความเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับสาขาสถาปัตยกรรม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการนำความรู้นี้ไปใช้ให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการฝึกฝนและการลองสร้างผลงานอย่างสม่ำเสมอ

    การพัฒนาพอร์ตโฟลิโอสามารถเริ่มได้จากสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการสเก็ตช์สถานที่คุ้นเคย การทดลองทำโมเดลง่าย ๆ หรือการศึกษางานของสถาปนิกที่น่าสนใจ เมื่อมีผลงานมากขึ้น นักเรียนจะค่อย ๆ มองเห็นทิศทางและเอกลักษณ์ของตนเองชัดเจนขึ้น

    การเตรียมตัวตั้งแต่ตอนนี้ จะช่วยให้พร้อมสำหรับการสมัครเรียนและการก้าวเข้าสู่สาขานี้อย่างมั่นใจมากขึ้นในอนาคต

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร

พูดคุยกับเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อในสหราชอาณาจักร ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดตาม Insight ด้านการศึกษาก่อนใครได้แล้ววันนี้ !

สมัครเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร

พูดคุยกับเราเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อในสหราชอาณาจักร ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย